แชร์โพสนี้

รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐทำเกษตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ออกกฎหมายเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการผายลมของปศุสัตว์
 
เว็บไซต์ New York Postรายงานว่า เจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ลงนามกฎหมายฉบับนี้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกกฎควบคุมก๊าซเรือนกระจกจากปศุสัตว์ และที่ทิ้งขยะ เนื่องจากปศุสัตว์และสัตว์ในฟาร์มชนิดอื่นๆ เป็นแหล่งที่มาของก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่าตัว และจะปล่อยออกมาเมื่อสัตว์เหล่านี้ผายลม หรือมาจากการหมักปุ๋ย หากลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ ก็จะช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งจากรายงานของสหประชาชาติปี 2013 ระบุว่า ปศุสัตว์มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถึงร้อยละ 14.5 จากก๊าซทั้งหมดที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่วนใหญ่มาจากการผลิตเนื้อวัวและนมวัว
 
ในปี 2006 รัฐแคลิฟอร์เนียเคยออกกฎหมายโลกร้อน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากรถยนต์ บ้านเรือน และโรงงาน รวมถึงส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทน แต่สำหรับกฎหมายใหม่นี้ จะลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลงเหลือร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปี 2013 โดยตั้งเป้าภายในปี 2030
 
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ถูกต่อต้านจากเกษตรกรโคนม เพราะจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ถือว่าซ้ำเติมเกษตรกรที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆมานาน 5 ปี มีทั้งภัยแล้ง ราคาน้ำนมโคตกต่ำ และค่าแรงสูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกษตรกรบางรายต้องย้ายฐานผลิตไปรัฐอื่นที่มีกฎหมายควบคุมน้อยกว่า
 
ทางการพยายามหาวิธีทำให้วัวผายลมน้อยลง เช่น บังคับให้เปลี่ยนอาหารวัว แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือการลดก๊าซมีเทนจากมูลวัว ซึ่งปล่อยก๊าซมีเทนถึงประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งรัฐ ทางการต้องการให้เกษตรใช้เครื่องก๊าซชีวภาพ ใช้ดักก๊าซมีเทน เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้า โดยตั้งกองทุนสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์ แต่เกษตรบอกว่าเงินแค่นี้ไม่พอสำหรับฟาร์มที่มีอยู่ 1 พัน 500 แห่ง