แชร์โพสนี้

องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ Amnesty International เผยชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ใช้วัตถุดิบจากสวนปาล์มน้ำมันของอินโดนีเซีย ที่พบปัญหาการกระทำทารุณต่อแรงงาน
 
รายงานฉบับนี้มาจากการสัมภาษณ์คนงาน 120 คน พวกเขาต้องทำงานในสภาพที่อันตราย และทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง แต่ได้ค่าจ้างต่ำ ไม่มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพียงพอ หลายคนมีอาการไอ เล็บเน่า และคัน ซึ่งสงสัยว่าอาจจะเป็นผลจากการได้รับสารพิษในสวนปาล์ม นอกจากนี้ คนงานบางคนเป็นเด็กอายุเพียง 8 ปี ทั้งที่อินโดนีเซีย มีกฎหมายห้ามใช้แรงงานเด็ก
 
สำหรับสวนปาล์มที่เข้าไปเก็บข้อมูลนี้ อยู่บนเกาะกาลิมันตัน และสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ดำเนินการโดยบริษัทวิลมาร์ ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้แปรรูปและขายปาล์มน้ำมันและน้ำมันลอริกรายใหญ่ที่สุดของโลก ควบคุมส่วนแบ่งการค้าน้ำมันปาล์มมากกว่าร้อยละ 43 และส่งวัตถุดิบให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกหลายแห่ง อย่างเช่น Unilever, Nestle, Kellogg และ Procter & Gamble อย่างไรก็ตาม สวนปาล์มของวิลมาร์ ได้รับใบรับรอง RSPO ที่รับรองมาตรฐานความยั่งยืน ที่อ้างว่าไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อม หรือการกระทำทารุณต่อแรงงานในการผลิต
 
ปัจจุบันอินโดนีเซีย ถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตทุกอย่างตั้งแต่ขนม สบู่ ไปจนถึงเครื่องสำอาง และไบโอดีเซล ถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่จ้างงานคนนับล้าน อย่างไรก็ตาม การทำสวนปาล์ม ถือเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤติควันไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกปี จากการเผาป่าขยายพื้นที่ปลูก ควันเหล่านี้แพร่กระจายสร้างความเดือดร้อนในหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ไม่พอใจเรื่องนี้ ทั้งที่เจ้าของสวนปาล์มที่ใหญ่ที่สุดก็เป็นของสิงคโปร์เอง