แชร์โพสนี้

ข้อตกลงปารีส เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน เริ่มมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายเป็นวันแรก หลังจากมี 96 ประเทศทั่วโลกให้สัตยาบัน

  นายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวยกย่องให้เมื่อวานนี้เป็นวันสำคัญสำหรับทุกคนบนโลก หลังจากข้อตกลงปารีส ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กลายเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นหลักเขตสำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศต่างๆ มีความจริงจังกับการแก้ปัญหาโลกร้อน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า โลกกำลังร้อนเร็วขึ้น เกินกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้

  ข้อตกลงถือเป็นกฎหมายหลังจากมีประเทศที่ให้สัตยาบัน 96 ประเทศ จากทั้งหมด 191 ประเทศที่ลงนามรับรอง ถือว่าเกิน 2 ใน 3 ของกลุ่มประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีประเทศที่ให้สัตยาบันเพิ่มขึ้นอีก ส่วนเป้าหมายของข้อตกลงฉบับนี้คือ ควบคุมไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ก็ไม่ควรจะเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

  สำหรับประเทศจีน หนึ่งในประเทศที่ให้สัตยาบันข้อตกลงปารีสแล้ว มีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้ 4 ข้อ ตั้งเป้าจะทำให้ได้ภายในปี 2030 ข้อแรกคือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อหน่วยจีดีพี เหลือ 60 ถึง 65 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับระดับปี 2005, สอง เพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทางเลือกเป็น 20 เปอร์เซนต์, สาม ควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงระดับสูงสุดโดยเร็วที่สุด และสี่ เพิ่มปริมาตรป่าไม้และคาร์บอนซิ๊งก์เป็น 4 พัน 500 ลูกบาศก์เมตร