สงครามและภัยธรรมชาติ ทำให้ศิลปะโบราณและอนุสาวรีย์ถูกทำลายเสียหายไปเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้มีมูลนิธิที่ญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีโคลนนิ่ง จำลองวัตถุโบราณได้เหมือนจริง เพื่อให้คนรุ่นหลังมีโอกาสได้สัมผัส

 

Foundation for Cultural Heritage and Research หรือมูลนิธิอนุรักษ์สมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีโคลนนิ่ง ซึ่งเป็นการทำ 3D mapping และ 3D printing ก่อนลงสีเพิ่มพื้นสัมผัสด้วยมืออีกชั้นหนึ่ง ทำให้จำลองวัตถุโบราณได้เหมือนจริงถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ นอกจากนี้ยังใช้วัสดุที่ใกล้เคียงกับของดั้งเดิม เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

จุดประสงค์ของการโคลนนิ่ง คือ เพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสเห็นผลงานศิลปะและอนุสาวรีย์โบราณชิ้นสำคัญ ก่อนที่มันจะเสื่อมสภาพไปตามการเวลา หรือถูกทำลายในสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น พระพุทธรูปแห่งบามียาน อายุกว่า 1,700 ปี ในอัฟกานิสถานที่ถูกอดีตรัฐบาลตอลีบันระเบิดทำลายไปเมื่อปี 2544, สุสานจักรพรรดิคังโซ ในเกาหลีเหนือ ซึ่งคนทั่วไปมีโอกาสไปชมยาก, พระพุทธรูปสำริดของวัดโฮริวจิ ในญี่ปุ่น รวมถึงถ้ำโม่เกา ของจีน นอกจากนี้ยังมีภาพเหมือนของแวน โก๊ะ จิตรกรระดับโลก และภาพวาดนักเป่าฟลุต ของเอดูอาร์ มาเน่ต์ ด้วย

Masaaki Miyasako ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า เทคนิคจำลองวัตถุโบราณนี้ทำได้แนบเนียนเหมือนของจริงมาก จนถูกมองว่าเป็นการทำปลอมขึ้น แต่ตอนนี้เขาหวังว่านวัตกรรมนี้จะได้รับการยอมรับและใช้อย่างกว้างขวางเพื่อประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสและชื่นชมสมบัติทางวัฒนธรรมเหล่านี้

สำหรับผู้สนใจ ผลงานโคลนนิ่งวัตถุโบราณ สามารถไปชมได้ที่นิทรรศการ Clone Cultural Properties ในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งโตเกียว ที่ญี่ปุ่น โดยเปิดแสดงไปจนถึงวันที่ 26 ตุลาคมนี้

Comments

comments