ถ้าพูดถึงปัญหามลภาวะทางอากาศ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงจีนเป็นอันดับแรก เพราะมีข่าวออกมาค่อนข้างบ่อย แต่มีรายงานวิจัยล่าสุด พบว่า กรุงลอนดอนของอังกฤษก็กำลังเผชิญกับปัญหาหมอกควันพิษเลวร้ายไม่แพ้กัน

ลอนดอนประกาศเตือนภัยมลภาวะทางอากาศระดับสูงมาก เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังแย่ลงไปอีก

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีของกรุงลอนดอน เผยแพร่รายงานวิจัย พบว่าทุกตารางนิ้วในกรุงลอนดอน มีสารก่อมลพิษในอากาศ หรือ PM2.5 เกินขีดจำกัดที่องค์การอนามัยโลก

PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ของเส้นผมมนุษย์ และมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อสุขภาพ การรับเข้าสู่ร่างกายทั้งระยะสั้นและระยะยาว จะเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ และเส้นเลือดหัวใจ ส่วนเด็กที่เติบโตมากับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ มีโอกาสเป็นโรคหืดหอดมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยว การเที่ยวในเมืองที่มี PM2.5 เกินระดับปลอดภัย ก็อาจจะส่งผลเสีย ทำให้หายใจลำยาก หรือไอได้ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้ เช่นเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หรือเที่ยวสวนสาธารณะหรือป่า จะช่วยลดผลเสียลงได้ เนื่องจากพืชสามารถกรองอนุภาคอันตรายนี้ ช่วยลดปริมาณที่จะเข้าสู่ร่างกาย

รายงานวิจัยยังระบุด้วยว่า มีชาวลอนดอน 7.9 ล้านคน หรือประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของประชากร อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าPM2.5 สูงกว่าระดับที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรือสูงกว่านั้น

เมืองอื่นๆที่มีปัญหาสภาพอากาศเลวร้ายเช่นกัน ก็รวมถึง อินเดีย, กรุงปักกิ่งของจีน, กรุงปารีสของฝรั่งเศส, ต้องออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหา เช่นกำหนดพื้นที่ห้ามใช้รถยนต์ หรือสร้างเครื่องระบายอากาศเพื่อป้องกันอากาศเสียเข้าสู่อาคาร

ส่วนกรุงลอนดอน จะแก้ปัญหาด้วยการออกมาตรการควบคุมการใช้รถยนต์ โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมจากคนที่ใช้รถเก่า ที่ก่อมลพิษมาก, และห้ามใช้เตาฟืน, นักวิจัยเชื่อว่าหากนำมาตรการเหล่านี้มาใช้อย่างจริงจัง จะสามารถลดมลพิษทางอากาศได้ภายในปี 2030