แชร์โพสนี้

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัท สเปซเอ็กซ์ เผยแผนการส่งมนุษย์ไปดาวอังคารภายในปี 2024 หรือเร็วกว่าโครงการของนาซาประมาณ 10 ปี

อีลอน มัสก์ กล่าวเรื่องนี้ในการประชุมด้านอวกาศนานาชาติ หรือไอเอซี ครั้งที่ 68 จัดขึ้นที่เมืองอะเดเลดของออสเตรเลีย โดยบอกว่า บริษัทสเปซเอ็กซ์ มีแผนลดต้นทุนด้วยการลดขนาดยานจรวดที่กำลังพัฒนาขึ้น เพื่อส่งไปดาวอังคาร และตั้งเป้าจะเริ่มก่อสร้างยานอวกาศลำแรก ในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า และจะเริ่มต้นภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารครั้งแรกในปี 2022 แต่เที่ยวแรกนี้จะส่งไปแค่ cargo หรือสัมภาระ และเสบียงต่างๆ จากนั้นจึงจะส่งมนุษย์ไปในปี 2024 ในขณะที่นาซา มีแผนจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคารช่วงกลางทศวรรษ 2030

ก่อนหน้านี้ มัสก์ เคยประกาศแผนว่าจะใช้ยานอวกาศสนับสนุนการตั้งนิคมบนดาวอังคาร โดยจะเริ่มต้นจากแคปซูลอวกาศที่มีชื่อว่า Red Dragon ในปี 2018 แต่เขากล่าวว่า ตอนนี้ สเปซเอ็กซ์หันมาสนใจพัฒนาจรวดแทน ซึ่งจะเป็นจรวดลำเดียว มีขนาดสั้นและเพรียวกว่า เพื่อลดต้นทุน

จรวดที่ว่านี้จะสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้บางส่วน และสามารถบินตรงจากโลกสู่ดาวอังคาร โดยจะบรรทุกผู้โดยสารได้เที่ยวละ 100 คน และสามารถใช้สำหรับการขนส่งความเร็วสูงบนโลกได้อีกด้วย

บริการขนส่งรูปแบบใหม่ ที่ใช้จรวดบินระหว่างเมืองนี้ จะใช้เวลาสั้นมาก เช่น จากลอสแองเจลิส ไปโทรอนโต 24 นาที, ลอนดอนไปดูไบ 29 นาที, ฮอโนลูลู ไปโตเกียว 30 นาที, ซิดนีย์ไปสิงคโปร์ 31 นาที เป็นต้น โดยจรวดจะมีความเร็วสูงสุดถึง 27,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฉะนั้นไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดในโลกก็จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ อีลอน มัสก์ บอกว่าก่อตั้งบริษัทสเปซเอ็กซ์ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายที่จะไปสร้างนิคมบนดาวอังคาร ปัจจุบัน สเปซเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชน ที่ได้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาล