แชร์โพสนี้

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา อิหร่านได้ทดสอบยิงขีปนาวุธ ซึ่งผู้นำอ้างว่า ต่อไปนี้จะพยายามเพิ่มศัยกภาพด้านการทหาร หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติว่า ข้อตกลง nuclear กับอิหร่าน ที่รัฐบาลก่อนทำไว้ เป็นเรื่องน่าละอาย

โทรทัศน์ทางการอิหร่าน ได้เผยแพร่ภาพการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง ที่มีชื่อว่า Khoramshahr missile ซึ่งมีพิสัยทำการ 2,000 กิโลเมตร แต่ไม่ได้มีรายละเอียดว่า การทดสอบในภาพนี้ เกิดขึ้นเมื่อไร

แต่ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ วิจารณ์ข้อตกลงที่รัฐบาลโอบามาลงนามเอาไว้กับอิหร่านเมื่อปี 2015 โดยระบุว่า “เป็นเรื่องน่าอาย” ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ มองว่าอิหร่าน เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเล็กๆ ที่ คอยสร้างปัญหาและบ่อนทำลาย และรัฐบาลสหรัฐฯ ขู่จะล้มเลิกข้อตกลงดังกล่าว

ซึ่งหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเช่นนี้ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ก็ออกมาแถลงตอบโต้ว่า ต่อไปนี้จะเพิ่มศักยภาพด้านการทหาร โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของระบบขีปนาวุธ

สำหรับขีปนาวุธ Khoramshahr ของอิหร่าน ถูกนำมาเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกครั้งแรก ในการสวนสนามของกองทัพ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนพลเอก Amir Hatami รัฐมนตรีกลาโหมของอิหร่าน กล่าวว่า เป็นขีปนาวุธที่มีลักษณะเฉพาะ สามารถหลบหลีกแนวป้องกันทางอากาศของศัตรูได้ และเป็นขีปนาวุธที่มีระบบนำร่อง ซึ่งควบคุมทิศทางได้ตั้งแต่ตอนเริ่มยิงขึ้นไปจนตอนปะทะกับเป้าหมาย นอกจากนี้ เขากล่าวด้วยว่า อิหร่านจะไม่ขออนุญาตใครทั้งนั้นในการผลิตขีปนาวุธ

การยิงขีปนาวุธของอิหร่านครั้งนี้ ถูกมองว่าเพื่อตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอาจจะมีปัจจัยทางการเมืองในประเทศ ที่กลุ่มนักการเมืองสายแข็ง กำลังกดดันรัฐบาล ให้ป้องกันตนเอง โดยเอาอย่างเกาหลีเหนือ ที่กำลังต้านทานสหรัฐฯ ด้วย