แชร์โพสนี้

ช่วงหนึ่งของ “สามก๊ก ไลฟ์ ทอล์ก ปลุกชีวิต คิดการใหญ่” เราได้ร่วมถอดบทเรียนจากวรรณกรรมอมตะ “สามก๊ก” ในมุมมองทางธุรกิจที่เฉียบคมจากคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ซีอีโอโลกตะวันออก และมุมมองกลยุทธ์ทางการทหารสไตล์ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ดำเนินรายการโดยคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

คุณก่อศักดิ์เริ่มต้นจากการสะกิดใจให้ผู้ชมนึกถึงอาเต๊า (เล่าเสี้ยน) ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนมองว่าเป็นคนเบาปัญญา แต่คุณก่อศักดิ์ได้สะท้อนว่าเขามีความฉลาดแฝงอยู่มากมาย

“อาเต๊าเป็นคนฉลาด รู้จักใช้ความสามารถของขงเบ้ง ตั้งแต่ตนเองขึ้นมาเป็นกษัตริย์ ใช้ขงเบ้งเป็นทั้งนายกฯ และเป็นผู้คุมกองทัพทั้งหมดถึง 11 ปี … อาเต๊าใช้สิ่งที่ขงเบ้งแนะนำมาตลอด ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเคารพนับถือสติปัญญาของขงเบ้งอย่างจริงใจ” ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

สำหรับ พล.อ.นิพัทธ์ ยกย่องโจโฉ เพราะใจกว้างในการเลือกใช้คน เห็นได้จากการสนับสนุนให้กวนอูไปทำการรบ ทั้งที่กวนอูในเวลานั้นเป็นเพียงพลเกาทัณฑ์และถูกปรามาสจากคนทั้งหลายว่า ไม่สมควรออกไปทำการรบกับแม่ทัพนายกอง

“ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีดำหรือสีขาว แต่ขอให้จับหนูได้ก็พอ”
(โจโฉ)

จุดนี้เองที่คุณก่อศักดิ์กลับมองต่างว่า แม้โจโฉจะเก่งที่สุดในทั้งสามประมุข มีความรู้การทหาร แต่งตำราพิชัยสงครามได้ แถมแต่งกลอนเก่ง แต่โจโฉเก่งแบบไม่น่านิยมชมชื่น เพราะได้ดีแล้วสามารถฆ่าคนที่มีบุญคุณ

คุณก่อศักดิ์ยังเล่าถึงการจัดการบริหารองค์กรด้วยสไตล์สามอย่างแบบสามก๊ก พร้อมยกตัวอย่างว่า ก๊กเล่าปี่คือคนร่วมอุดมการณ์มาสู้ด้วยกัน ตลอดชีวิตเล่าปี่ไม่เคยฆ่าลูกน้อง และลูกน้องก็ถวายชีวิต ทำให้เขาเลือกที่จะใช้แนวของเล่าปี่

“ก็คือคนในทีมจะต้องรักกัน หัวหน้าจะต้องไม่รังแกลูกน้อง หัวหน้าต้องรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกน้อง ทำให้ทุกคนร่วมใจทำการใหญ่ได้” ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

ส่วน พล.อ.นิพัทธ์ก็ฝากแบบอย่างของผู้นำจากสามก๊กได้อย่างน่าประทับใจไม่แพ้กัน

คำถามเด็ดอีกหนึ่งข้อที่ถูกถามคือ หากผู้นำทั้งสามก๊กมายืนเรียงตรงหน้า ทั้งสองท่านจะเลือกเข้ากับก๊กใด ผู้ที่เทใจให้ก๊กของโจโฉก็ยังเป็น พล.อ.นิพัทธ์ ด้วยเหตุผลว่าโจโฉเป็นนายที่ดีในเรื่องการดูแลและตอบแทนลูกน้อง ใครเก่งจะได้รับการปูนบำเหน็จ และยังคิดต่อด้วยว่าทำอย่างไรศัตรูที่เก่งๆจะมาทำงานกับเราได้  ขณะที่คุณก่อศักดิ์เลือกก๊กเล่าปี่ ด้วยเหตุผลเรื่องสัจจะที่หาใครเปรียบได้ยาก

“เขาได้เป็นกษัตริย์แล้วตอนที่ออกรบ ถ้าเขาเป็นนักการเมือง เขาไม่ต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง แต่เขามีสัจจะ จึงยอมเสียสละที่นอนอันนุ่มนวล สตรีสวยงามมากมายในวังเพื่อออกรบขี่หลังม้า เจอแดด เจอฝน เจอลูกหลง นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปจะไม่ทำ แต่เขาทำ” ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

คุณก่อศักดิ์ยังให้มุมมองซึ่งอาจจะขัดความเชื่อเดิมๆ คือ ไม่อยากให้คิดว่าอ่านสามก๊กครบสามจบจะคบไม่ได้ อยากให้ทุกคนได้อ่านอย่างทะลุปรุโปร่ง ยืนยันว่าจะยังมีแง่มุมดีๆ ให้อ่านและให้เห็นคุณธรรมอีกมากมาย

 พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก เสริมในตอนท้ายถึงข้อคิดดีๆที่ได้จากสามก๊กว่า

นอกจากนี้พล.อ.นิพัทธ์ขอฝากข้อคิดอันทรงคุณค่านอกสามก๊ก โดยหยิบวาทะอันโด่งดังของรพินทรนาถ ฐากูร ของอินเดีย ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมาเก็บเป็นข้อคิดกับผู้ชม

“สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการตำหนิผู้อื่น สิ่งที่ยากที่สุดคือการรู้จักตัวเอง และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรัก”
(รพินทรนาถ ฐากูร)

การเสวนาปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่าหากเลือกได้ จะเลือกเป็นตัวละครใดในสามก๊ก “โลซก” เป็นคำตอบของคุณก่อศักดิ์ เขายืนยันว่าเพราะถ้าไม่มีโลซกก็ไม่มีสามก๊ก เพราะในเรื่อง โลซกต้องการป้องกันโจโฉจากสมบัติของเล่าเปียว จึงขายความคิดให้ซุนกวนร่วมมือกับเล่าปี่ ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงร่วมรบ โลซกจึงสำคัญมากในความเห็นของเขา

ส่วนพล.อ.นิพัทธ์ขอเลือกเป็นโจโฉ แต่ก็ยืนยันสุดตัวว่าไม่ใช่โจโฉแบบ 0.4 ที่สังหารลูกน้องที่ทำงานอย่างถูกต้องเพื่อซื้อใจทหารรายอื่น แต่ต้องเป็นโจโฉ 4.0 ที่พัฒนาแล้วเท่านั้น!!!