ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย พาลัดเลาะบึงกาฬ แดนอีสานน้องใหม่ ไฉไลกว่าที่คิด | 12 ม.ค. 62

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
14 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 

ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารา งามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง

อีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นจังหวัดน้องใหม่ทางภาคอีสาน ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งให้น่าค้นหา บวกกับลักษณะภูมิประเทศที่ต่างจากพื้นที่อื่น ๆ มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่สูง ทำให้บึงกาฬมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจซ่อนอยู่เพียบ วันนี้เราจะลัดเลาะพาไปชมที่เที่ยวบึงกาฬ พร้อมชวนชอป ชวนชิม ชวนชิลล์ กันให้สำราญใจ แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามเราไปลัดเลาะ บึงกาฬ จังหวัดนี้มีดีกว่าที่คิด กันได้เลยยยย

1.เช็กอินวัดอาฮงศิลาวาศ

ที่ตั้ง : ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ 38000

ที่แรกที่เราจะพาทุกคนมา คือ วัดอาฮงศิลาวาส หรือบริเวณแก่งอาฮง แอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ  ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮง และแก่งอาฮง อย่างไม่ขาดสาย มีความเชื่อกันว่าบริเวณหน้าวัด คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร บริเวณนี้จะมีน้ำจะไหลเชี่ยววนจนเป็นหลุมรูปกรวย หากมีพวกเศษไม้ ใบไม้หรือวัตถุเล็กๆ ติดอยู่จะถูกกระแสน้ำหมุนวนเป็นรูปกรวยประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงหลุดเคลื่อนไปในที่อื่น เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาอีกก็จะต่อตัวเป็นรูปกรวยขึ้นมาใหม่เกิดสลับกันไปตลอดทั้งวัน จึงทำให้เชื่อว่าที่นี่คือ จุดที่เป็น สะดือแม่น้ำโขง ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี สามารถมองเห็นแก่งอาฮง แก่งหินกลางลำน้ำโขงปรากาฎขึ้นมาเหนือน้ำ กลุ่มหินมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย ภายในบริเวณวัดกว้างขวางและสวยงามมีอุโบสถหินอ่อน รูปทรงไทยประยุกต์  ตั้งอยู่บนพื้นที่เนิน มีบันไดทางขึ้นมีพญานาคทอดตัวยาวไปจนเกือบถึงตัววิหาร ภายในอุโบสถตกแต่งแบบเรียบง่าย มีพระประธานลักษณะ คือ พระพุทธควานันท์ศาสดา  ซึ่งมีความงดงามตระการตาเป็นพระ พุทธรูปที่มีพะพุทธลักษณ์คล้ายกับพระพุทธชินราช  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำสององศ์ ประดิษฐานอีกด้วย หากใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยววัดอาฮงศิลาวาสก็ลองมาเที่ยวที่วัดนี้ดูนะคะ เพราะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เราแนะนำอยากให้ทุกคนมา

2.ชวนชิมความอร่อยที่กลุ่มเกษตรกรแม่บ้านหอคำ ลูกหยียักษ์

ที่ตั้ง : 58 หมู่ที่ 1 บ้านหอคำ ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

มาถึงบึงกาฬแบบนี้ เราจะพาทุกคนมาชิมความอร่อยของลูกหยียักษ์ กันที่ กลุ่มเกษตรกรแม่บ้านหอคำ ที่ผลิตลูกหยียักษ์แปรรูป สินค้าโอทอป ระดับ 4 ดาว เหมาะสำหรับเป็นของฝาก รสชาติจะอมเปรี้ยวนิด ๆ เม็ดใหญ่ พอดีคำ ซึ่งถือว่าเป็นลูกหยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว โดยสินค้าดังกล่าว เป็นการนำลูกหยียักษ์ ที่ผลิตได้จากชุมชน และรับมาจากฝั่ง สปป.ลาว มาแปรรูปจำหน่ายให้กับกลุ่มนักท่องท่องมากมายได้มาเลือกซื้อกันได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น

–          ลูกหยียักษ์ เชื่อมมีเมล็ด รสชาติอร่อย เปรี้ยวๆหวานๆ  รับประทานง่าย เนื้อลูกหยีเยอะ เต็ม ๆ คำ เป็นของฝากก็ได้ เป็นของกินเล่นก็เข้าที

–          ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนุ่ม ปลอดสารพิษ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีดีต่อสุขภาพ

–          ข้าวฮางข้าวเหนียว ข้าวฮางเปรียบได้กับการรับประทานยาหรือวิตามินหรือสมุนไพรเข้าไปพร้อมกัน นอกจากอิ่มท้องแล้วยังทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรค และเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยหรือผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง ข้าวฮางจึงสมกับเป็นมหัศจรรย์อาหารต้านโรคโดยแท้

เรียกได้ว่าแต่ละผลิตภัณฑ์น่าซื้อ น่ารับประทานกันทั้งนั้น และหากใครที่กำลังอ่านมาถึงตรงนี้และอยากซื้อของอร่อย ๆ แบบนี้ สามารถเข้าไปซื้อกันได้ที่ลิงก์นี้ได้เลย รับประกันความอร่อยจนฉุดไม่อยู่ https://www.thailandpostmart.com/search/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B3/type/all/manu/all/prov/all/

3.ชอปปิงของดีบึงกาฬที่ผ้าขาวม้าดารานาคี

ที่ตั้ง :บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

ของขึ้นชื่อจังหวัดราชบุรีอีกหนึ่งอย่างต้องยกให้ ผ้าขาวม้าดารานาคี ของกลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ โดยที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีเกิดจากกิจการที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดย คุณพ่อไล และ คุณแม่แว่น คำพุทธา เริ่มทำตั้งแต่ปี 2542 ล้มลุกคลุกคลานกับเพื่อนจัดตั้งกลุ่ม 12 คน ผลิตผ้าขาวม้าลายตารางดั้งเดิม กระทั่งปี 2560 คุณพ่อไลและคุณแม่แว่นวางมือ เธอกับสามี (คุณดารา แสงกองมี และลูกสาว คุณแยม-สุพัตรา แสงกองมี อายุ 23 ปี ทายาทรุ่น 3) เข้ามาสานต่อกิจการ ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” จากเคมีสู่ธรรมชาติ “หลังรับมรดก แม่นำผ้าขาวม้าไปขายตามงานแสดงสินค้า มองไปทางไหนเหมือนกันหมด เลยคิดว่าต้องเปลี่ยน ต้องฉีกแนวหาเอกลักษณ์ให้ตัวเอง หาสิ่งที่ชุมชนมีซึ่งก็คือธรรมชาติ” โดยคุณสมพรในวัย 60 ปี เริ่มศึกษาวิชาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่มีภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิมว่าสมัยก่อนใช้อะไรย้อมผ้า จากที่นำเปลือกไม้มาแช่น้ำ 7 คืนให้ออกสี กว่าจะนำไปย้อม รวมๆ แล้วเป็นเดือน ระยะเวลานี้นานพอสมควร เธอจึงหาวิธีใหม่ด้วยตัวเอง นำโคลนทุกบ่อมาทดสอบจนได้สีที่ต้องการ ตั้งชื่อโคลนนาคีเพราะอยู่ในจุดที่เกิดบั้งไฟพญานาค โคลนบ่อนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีประวัติยาวนาน สมัยก่อนเป็นทางเดินของสัตว์ พวกวัว ควาย ช้าง กระทิง ฯลฯ ลงมากินน้ำจากแม่น้ำโขงเดินจนเป็นร่องนับพันปี โคลนนาคีมีคุณสมบัติช่วยให้ผ้านุ่ม สีเด่นชัด ซึ่งกระบวนการหมักโคลน จะต้องย้อมสีฝ้ายก่อน ด้วยสีจากธรรมชาติ คือ หมากค้อเขียว ชมพู่มะเหมี่ยว ราชพฤกษ์ ได้สีโคลนหรือสีเทา และสีน้ำตาลอ่อนได้จากปูนกินหมาก จากนั้นจะนำไปหมักโคลนก่อนทอเป็นผืนอย่างที่เห็นนั่นเอง

“จุดแข็งของเราคือ มีอากาศที่ดี อยู่ในจุด 3 สุดคือ สุดสะดือแม่น้ำโขง อยู่เหนือสุดแดนอีสานบ้านสะง้อ และตั้งอยู่บริเวณพระพันปีที่เก่าแก่ที่สุด ย้อมที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านสะง้อที่ตั้งอยู่เหนือสุดแดนอีสาน” คุณสมพร เล่าอย่างภูมิใจ สินค้าของที่นี่มีหลายอย่างด้วยกัน ทั้งชุดเดรส ชุดเป็นเซต หมวก ของชำร่วย กระเป๋า ซองใส่โทรศัพท์ ที่ใส่พวงกุญแจ ผ้าเช็ดมือ ผ้ามัดผม ฯลฯ ผ้าทุกชิ้นนำมาใช้ประโยชน์หมดไม่มีเหลือทิ้ง เรียกได้ว่า ทั้งสวยงาม มีประโยชน์ เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน อีกทั้งยังรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ได้อีกด้วย หากใครอยากได้ผลิตภัณฑ์ดี ๆ แบบนี้ สามารถเข้าไปชอปปิงของดีได้ที่ www.thailandpostmart.com แอบบอกเลยว่าส่งฟรีทั่วประเทศเลยนะจ๊ะ

4.ร้านของฝากบัคมี่ผลิตภัณฑ์ดี ๆ ที่ควรซื้อกลับบ้าน

ที่ตั้ง : 216 ม.9 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

อีกหนึ่งแห่งที่เราจะพาทุกคนมาชอปปิงของฝาก คือ ‘ร้านของฝากบักมี่’ หรือ ‘บักมี่ชอป’ แหล่งจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึก ผักปลอดสารพิษ สินค้าOTOP และสินค้าชุมชนของจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้แบรนด์บักมี่ โดยมี คุณกุสุมา หงส์ชูตา ผู้เป็นประธานกรรมการบริษัท เริ่มเปิดกิจการ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560 โดยมีผู้ว่าจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง และมอบสิทธิการใช้ตราเครื่องหมาย อีกทั้งมาสคอต ‘บักมี่’ หรือนกเป็ดน้ำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มาเป็นจุดเด่น ที่สร้างความจดจำให้กับผู้บริโภค เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา และการท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ

สินค้าในร้านของฝากบักมี่ มีให้ได้เลือกซื้อมากมายและหลากหลาย ทั้งเสื้อยืดลายบักมี่ แก้วน้ำ หมวก ตุ๊กตาบักมี่ พวงกุญแจ หมอนยางพารา ผ้าทอมือ ผ้าขาวม้า กระเป๋าถือ ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม ฯลฯ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มาจากชาวบ้านในชุมชน ที่ร่วมมือกันทำขึ้น และนำมาจำหน่ายในชื่อตราบักมี่ หากใครอยากชอปของดี ของฝากน่ารัก สั่งซื้อได้ที่ลิงก์นี้เลย https://www.thailandpostmart.com/search/bukmee/type/all/manu/all/prov/all/ ของน่ารักมากมายรอให้คุณเลือกซื้อกันเพียบ

5.พักผ่อนร่างกาย ผ่อนคลายที่โรงแรมโขงซันไชน์ บึงกาฬ

ที่ตั้ง : 325 หมู่ 7 ถนนชาญสินธ์ เลียบแม่น้ำโขงตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000

เหนื่อยกันมาทั้งวัน ได้เวลามาพักผ่อนร่างกายกันที่ โรงแรมโขงซันไชน์ บึงกาฬ โรงแรมขนาดเล็ก อยู่ริมถนนเลียบโขงของเมืองบึงกาฬ บรรยากาศดี ใกล้แหล่งร้านอาหาร ห้องพักสะอาด มีแอร์ มีน้ำอุ่น ทีวี ตู้เย็นเล็ก พร้อมผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อย จริง ๆ แล้วการได้นอนพักในสถานที่แปลกใหม่ เก็บเกี่ยวความสุขในช่วงเวลาสั้น ๆ กับเมืองที่เราไม่เคยได้ลองมา ก็อาจจะทำให้เรามีพลัง มีแรงในการต่อสู้กับการทำงานขึ้นอีกเยอะเลย แต่มาถึง โรงแรมโขงซันไชน์ บึงกาฬ ทั้งที่ เราจะไม่มีของรางวัลดี ๆ มาแจกก็หาว่าเราจะขี้เหนียวเกินไป เพราะฉะนั้นแอบบอกเลยว่าให้ติดตามเฟสบุ๊กแฟนเพจ ThailandPostMart เอาไว้ เพราะเรามี่ที่พัก ที่กินดี ๆ มาฝาก แล้วอย่าลืมมาร่วมเล่นกิจกรรมสนุก ๆ กันนะคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับจังหวัดบึงกาฬที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้ หากใครมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ร้านของฝากดี ๆ อยากจะแนะนำเรา ก็สามารถมาบอกเรากันได้ที่ เฟสบุ๊กแฟนเพจ ThailandPostMart แล้วถ้ามีโอกาสเราจะไปเที่ยวตามรอยทุกคนกันอย่างแน่นอน วันนี้เหนื่อยแล้ว เจอกันใหม่ทริปหน้า บ๊าย บาย

สินค้าแนะนำและของดี จ.บึงกาฬ สั่งออนไลน์ผ่านไปรษณีย์ไทยได้แล้วนะคะ เข้ามาเลือกซื้อสินค้าของดีทั่วไทยกันได้ที่ http://www.thailandpostmart.com/ เราพร้อมส่งความสุขให้คุณถึงมือเลยจ้า และอย่าลืมติดตาม ‘ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย’ ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ทางช่อง3 และช่อง FAMILY13  หรือ Live! ผ่านทาง YOUTUBE, Facebook : Bectero.tv อีกทั้งรีวิวสถานที่อื่นย้อนหลังในตอนอื่นๆ อีกเพียบ ที่  http://www.thailandpostmart.com/ และอย่าลืมกดปุ่ม Subscribe ช่อง Bectero.tv ให้ด้วยนะจ๊ะคนดี #ThailandPostmart #ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย #ไปรษณีย์ไทย

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย

รายการตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทย เป็นรายการวาไรตี้ท่องเที่ยว ที่จะพาเที่ยว พากิน พาช็อป ของฝาก และพานอนในที่พักน่าสนใจ ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ชมทางบ้านได้รู้ได้เห็น แหล่งเที่ยว กิน ช็อป และที่พัก บวกกับการแข่งเกมส์ในแต่ละเบรคเพื่อพิชิตรางวัลหรือตัวช่วยในแต่ละรอบ

ติดตามชมรายการตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วไทยไปกับไปรษณีย์ไทย ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ทางช่อง 13 Family