พูดคุยกับ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ มาพร้อมซิงเกิ้ล ฝากมากับดวงดาว

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,249 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ซุ่มเก็บตัวเงียบหายไม่มีผลงานใหม่มาให้ฟังนานถึงสองปี วันนี้ โต๋ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินหนุ่มมากความสามารถก็กลับมาอีกครั้ง กับบทเพลงใหม่ และอัลบั้มใหม่ ซึ่งเขาบอกว่าการกลับมาครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตัวเองทั้งในฐานะคนคนหนึ่งและในฐานะศิลปิน 

 

อันที่จริง การทำเพลงชุดใหม่นับเฉพาะช่วงทำเพลงจริงๆ มันก็ใช้เวลาไม่นานมากครับ ใช้เวลาปกตินั่นแหละแต่ที่ใช้เวลานานก็คือการเตรียมตัว เป็นการเตรียมตัวทำอัลบั้มที่นานที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาคือสองปี ผมหายไปเลยสองปี ไม่ทำอะไรเลยสองปีโต๋ เริ่มเล่าถึงเรื่องราวที่บรรจุอยู่ในช่วงเวลาระหว่างที่เขาเงียบหาย 

 

 

ตั้งใจหรือเปล่า ไม่ได้ตั้งใจให้มันนานขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) แต่หลังจากอัลบั้มชุดที่แล้ว เรารู้สึกว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เหมือนมันมีอะไรอยู่ข้างในแล้วรอเวลาเปิดเผยตัวออกมา เรายังไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่ามันต้องเปลี่ยน ผมก็เลยไม่ทำอะไร ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเข้าห้องอัด ไม่อยากเล่นเปียโน ไม่อยากเขียนเพลง เหมือนกับเรากำลังอยู่ในช่วง burn out มันหมดแรงบันดาลใจ

 

ผมก็หยุดไปแล้วไปทำอย่างอื่น ไปเตะบอล ไปเที่ยว ระหว่างนั้นผมก็คุยกับศิลปินหลายคนเขาบอกกันว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนทำงานแบบนี้ ไม่แปลกเลย เพราะคุณทำเพลงต่อเนื่องมาสิบปีโดยไม่หยุดพักเลย มันก็ถึงเวลาที่คุณต้องพักบ้าง

 

แต่การหยุดพักเพื่อไปปรับสมดุลชีวิตนั้นแม้จะทำให้โต๋ รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ใช่ยาขนานวิเศษที่เยียวยาจนทำให้เขาพร้อมสำหรับการกลับมาทำงานอีกครั้ง เพราะคำตอบที่แท้จริงของปริศนานี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีทำงาน

 

ระหว่างที่พักไป คุณนีล ผู้บริหารบีอีซีฯ ก็ถามไถ่ผมตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่าที่ผ่านมาผมเครียด ผมคงกลับไปทำงานแบบเดิมไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ผมไม่สามารถที่จะทำทุกอย่างได้คนเดียว ผมเหนื่อยเกินไป ขนาดผมขอเวลาไปพักแต่กลับมามันก็ยังไม่พร้อมที่จะทำผมเลยบอกว่าคงต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างแล้วนั่นคือเราต้องมีคนที่พาเราไปคนที่มาเดินด้วยกัน ทำงานไปด้วยกัน คุณนีลเขาก็โอเค เขาก็ทำให้เราได้เจอกับพี่โป

 

พี่โปคนที่โต๋ กล่าวถึงนั้นก็คือ โป โปษยะนุกูล โปรดิวเซอร์และศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินมากมาย ทั้งสลอต แมชชีน และ บอดี้แสลมประสบการณ์อันเคี่ยวกรำของโป เป็นกุญแจไขประตูพาโต๋ศักดิ์สิทธิ์ไปพบทางออก

 

คุณนีลเป็นคนทำให้เราได้เจอกับพี่โป หลังจากนั้นผมก็นัดเจอพี่โปทุกอาทิตย์ แต่ไม่ได้นัดจะทำอะไรหรอกนะ (หัวเราะ) นั่งคุยกันเฉยๆ อยู่เกือบปี เหมือนมานั่งคุยเล่นกัน พี่โปเขาก็บอกนะว่าแรกๆ อย่าไปคิดว่าจะได้งาน ลองคุยกันก่อน พอคุยไปคุยไป คราวนี้คุยกันลึกเลย รื้อถึงตัวตนของเรา เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไรที่ผ่านมาเราคิดว่ามันเป็นยังไง และสิ่งที่โต๋ทำตอนนี้เป็นยังไง และโต๋รู้สึกยังไง เพราะว่าเขาต้องการสิ่งที่เป็นตัวเราในตอนนี้เพื่อกำหนดออกมาเป็นกรอบในการทำงานเราก็คุยกันจนเห็นขอบเขตของการทำงานว่า บริเวณที่เราจะเล่นได้มันมีแค่ไหน เราไปได้ไกลสุดได้เท่าไหน

 

ผมคุยกับพี่โปเยอะเสียจนลืมไปเลยว่านี่เราคุยเพื่อการทำงานอยู่ คุยกันจนเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องกันไปจริงๆ เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องชีวิต ทัศนคติ โต๋อยากทำอะไร เพราะอะไรโต๋ เปลี่ยนแปลงยังไง ชอบหนังเรื่องไหนชอบการ์ตูนเรื่องไหน เพราะอะไร เรียกว่านั่งคุยกันเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าอยากเริ่มแต่งเพลงแล้ว ก็เริ่มจากตรงนั้น หลังจากนั้นใช้เวลาประมาณเกือบปีนะครับ เราก็ได้เพลงออกมาจำนวนหนึ่ง

 

พี่โปเป็นคนที่จะให้กำลังใจเรา แต่จะให้กำลังใจผ่านทางความกดดันนิดหนึ่ง คือกดดันโดยให้ challenge มาและให้เราไปทำต่อ เขาจะไม่บอกว่าสู้ๆ นะเว้ยแต่จะบอกว่าทุกคนก็เคยผ่านจุดนี้ วงใหญ่ๆ ศิลปินใหญ่ๆ ก็เคยเจอมาแล้ว แต่เขากลับมาได้ โต๋เองก็ต้องหาทางกลับมาให้ได้

 

 

งานชุดนี้เราต้องการรีเฟรช รื้อหมดเลย ไม่ไปกังวลกับสิ่งที่เราเคยทำในอดีต ไม่มีแล้วโต๋ที่ต้องเล่นเปียโน เล่นเพลงซึ้งๆ พอรื้อออก มันก็เลยสนุก โต๋รู้สึกได้เลยว่างานชุดนี้ของเรามันมีพลังงานบวก มันไม่หวานแหวว แต่มันมีบางสิ่งที่ทำให้คนฟังรู้สึกดี เป็นแรงทางด้านบวก

 

นอกจากการทำงานแบบเป็นทีมเป็นครั้งแรกของโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร  และนอกจากการรื้อถอนโครงสร้างเดิมๆ ที่ห่อหุ้มตัวตนจนยากสะบัดหลุดแล้ว หนึ่งในมิติใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในการทำงานเพลงชุดนี้ก็คือการที่เขาได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกชาวออสเตรเลียนอย่าง ชาร์ลส์ ฟิชเชอร์ ซึ่งเคยทำให้ศิลปินอย่าง Air Supply, Olivia Newton John,  Ace of Base หรือยอดวงพ็อพในยุค 90’S อย่าง Savage Garden โด่งดังประสบความสำเร็จทั่วโลกมาแล้ว

 

ก็คุณนีลอีกนั่นแหละครับที่เป็นคนคิดว่าทั้งผมและพี่โปควรได้ทำงานกับโปรดิวเซอร์เก่งๆ ตอนนั้นเรามีเพลงที่คัดแล้วอยู่ในมือประมาณสิบกว่าเพลง เป็นเพลงที่เราคิดว่าเราโอเค คุณนีลบอกว่าหาโปรดิวเซอร์ฝรั่งเถอะ เพราะอยากให้   ซาวนด์มันเปลี่ยน เขาก็ส่งชื่อคนนี้มา บอกว่าคนนี้เป็นรุ่นใหญ่ เขาอายุเท่าพ่อเลย (หัวเราะ) อยู่มาตั้งแต่วง แอร์ ซัพพลาย  น่ะ เราก็ส่งเพลงให้เขาฟังหลายเพลง ส่งประวัติเรา ให้เขาดู MV เรา สไกป์คุยกัน เขาชื่นชมเรามาก เขาบอกว่าให้ยูบินมา ลองทำด้วยกันสักเพลงสองเพลงก่อน ดูสิว่าเราทำงานกันได้โอเคไหม ถ้ามันไม่โอเค ก็จบไม่มีอะไรมาก แค่นี้ง่ายๆ 

 

ผมกับพี่โปก็เลยบินไป เรากังวลนะ ตั้งเป้าไว้สามทางอันแรกคือแย่สุดไปแล้วคุยกันไม่รู้เรื่องไม่เข้ากัน อย่างมากก็ได้เพลงสองเพลงกลับมา อันที่สองก็คือไปแล้ว เอ้อ ก็พอเข้ากันได้ เข้าขากันได้ ก็อาจจะทำสัก4-5 เพลงกลับมาอันที่สามคือไปแล้ว โอ้โห! เข้ากันได้ เราก็จะบันทึกเสียงเลย ปรากฏว่าพอไปถึง ผมส่งเพลงให้เขาทั้งหมดประมาณ 6 เพลง เป็นเดโมที่เราคัดมาดีที่สุดจากเดโมสิบกว่าเพลงของเรา ให้เขาเลือก เขาก็เลือกมา 3-4 เพลง

 

และในจำนวนเกินครึ่งของที่เสนอไปนั้น เพลงฝากมากับดวงดาวก็เป็นหนึ่งในเพลงที่โปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่เลือก “I think it’s good potential.” ฟิชเชอร์บอกโต๋ไว้อย่างนั้น 

 

พอไปถึงก็ลุย3 เพลงนี้กันแล้วก็แต่งด้วยกันใหม่ที่นั่นด้วยเพราะรู้สึกเคมีตรงกัน อยู่ต่อเลย อยู่แต่งต่อเลยโทรกลับมาหาคุณนีล เลื่อนไฟล์ท เลื่อนไฟล์ท (หัวเราะ

 

ชาร์ลส์ทำให้ผมรู้จักทำงานด้วยความผ่อนคลาย เขาบอกว่า ไอรู้ยูเล่นเก่ง ยูเป็น solo artist เล่นเปียโนเก่ง แต่ไม่จำเป็นว่าทุกเพลงของยูต้องขึ้นด้วยเปียโนแบบอลังการนี่หว่า ยูแต่งเพลงแค่นี้ เล่นแค่นี้พอ ง่ายๆ เล่นตรงๆ ไม่ต้องไปโชว์อะไรอีกแล้ว ผ่อนคลายบ้าง เราก็เฮ้ย! ไม่เคยมีใครมาบอกอะไรอย่างนี้ โอเค เราก็สนุกดี แล้วเราก็ได้ความรู้เยอะ

 

จากการขุดค้นจนได้คันพบตัวตนที่ซ่อนอยู่ของโป โปษยะนูกุล สู่การเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายจากชาร์ลส์ ฟิชเชอร์ วันนี้โต๋ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร พร้อมแล้วสำหรับการนำเสนอเสียงและท่วงทำนองใหม่ของเขาผ่านฝากมากับดวงดาวซึ่งถูกใช้เป็นเพลงเปิดตัว

 

ผมว่าเพลงนี้มันมีทั้งความเป็นพ็อพร่วมสมัย มีซาวนด์ร็อคฉาบอยู่ มีความเป็นอิเล็กทรอนิกผสมนิดๆ หน่อยๆ แรกเริ่มผมมีโครงมาอยู่แล้วนิดหนึ่ง แล้วก็แต่งต่อกับพี่โป พี่โปบอกว่าท่อนฮุคมันน่าสนใจ เลยแต่งที่เหลือด้วยกัน พอไปถึงที่ออสเตรเลียพี่โปบอกว่าไหนๆ ก็เปลี่ยนแล้ว ทำไมต้องเล่นเปียโนเยอะแยะ ลองมาใช้ซินธิไซเซอร์เล่นบ้าง ผมก็เออ ลองทำดูสนุกๆ แล้วให้ชาร์ลส์ฟัง ปรากฏว่าเขาชอบไอเดียนี้ เขารู้สึกว่าซาวนด์มันเป็น stadium ดีรู้สึกมันใหญ่ เขาก็เลยบอกว่าเพลงนี้เหมาะที่จะเปิดตัว เราก็ไปแก้ จัดระเบียบดนตรีนิดหนึ่ง จนออกมาเป็นเพลงที่ทันสมัยมากสำหรับผม (หัวเราะ) และสนุกมาก รู้สึกว่าถ้าเล่นสดคงสนุก

 

เพลงฝากมากับดวงดาวนี่ตอนที่พี่โปให้เนื้อเพลงนี้ ผมอ่านเนื้อเพลงแล้วผมไม่เขินเลย ผมไม่เคยมีเพลงใหญ่อย่างนี้ อ่านแล้วมันใหญ่ รู้สึก beat up เรื่องที่มันพูดไม่ได้เป็นเรื่องของคนแค่สองคน แต่มันใหญ่กว่านั้นสำหรับผม มันเป็นความรัก มันไม่ใช่แค่ความรักแบบคู่รัก มันเป็นความสัมพันธ์พ่อแม่ เป็นครอบครัว เป็นเพื่อน เป็นอะไรก็ได้

 

นี่ผมยังจินตนาการล่วงหน้าไปแล้วนะว่า ถ้าได้เล่นเพลงนี้จริงๆ ในคอนเสิร์ตมันจะสนุกขนาดไหน คนทำยังสนุกขนาดนี้ คนฟังจะขนาดไหนกันนะโต๋ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ทิ้งท้ายสรุป