ช้างศึก เหนือชั้น อัดหม่อง เถลิงแชมป์ซีเกมส์สมัย 15 รับฉีดเหนาะๆ 16.5ล้าน

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
4,916 ครั้ง

แชร์โพสนี้

การแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา “ช้างศึก” ทีมชาติไทย แชมป์ 14 สมัย พบ เมียนมา แชมป์ 5 สมัย นัดนี้แฟนบอลทั้ง 2 ทีม ขนกันมาเต็มความจุสนาม 5.5 หมื่นคน ขณะเดียวกันมีแฟนบอลไทยหลายรายที่เดินทางมาจากประเทศไทย แต่ไม่สามารถหาซื้อตั๋วได้ ต้องพบกับความผิดหวัง

 

                เกมนี้ โชคทวี พรหมรัตน์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ จัดผู้เล่น 11 คนแรก ในระบบ 4-3-3 ชนินทร์ แซ่เอียะ(ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อาทิตย์ ดาวสว่าง, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, นูรูล ศรียานเก็ม มี “ทู” ชนานันท์ ป้อมบุปผา เป็นกองหน้า

 

                เริ่มเกม ไทย เดินหน้าบุกใส่ทันที ส่วนนักเตะหม่องเน้นตั้งรับ หวังทีเด็ดจากการยิงไกล นาทีที่ 7 นูรูล ศรียานเก็ม จ่ายให้ ชนานันท์ ป้อมบุปผา ในเขตโทษ เจ้าทู แต่งหาจังหวะ ก่อนยิงเบาโหวงไปติดเซฟ คยอ ซิน เพียว โกลเมียนมา

 

นาทีที่ 15 รุ่งรัฐ ตักบอลจากทางซ้าย บอลข้ามหัวแนวรับคู่แข่ง ถึง นูรูล ยิงใกล้โคนเสา หลุดเป้าไปไกล ท้ายครึ่งแรก ช้างศึก มี 2 โอกาสจะแจ้ง นาทีที่ 42 “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ หลอกหล่อ ดึงกองหลังมาประกอบ ก่อนโชว์ไหวพริบ แทงให้ “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หลุดเดี่ยวไปยิงแต่ติดเซฟผู้รักษาประตูเมียนมาอีกครั้ง จบครึ่งแรก เสมอ 0-0

 

เริ่มครึ่งเวลาหลัง ทีมชาติไทย ยังบุกอย่างต่อเนื่อง หวังทำประตูขึ้นนำให้ได้ สุดท้ายความพยายามก็เป็นผล จากจังหวะลูกเตะมุม บอลขลุกขลิกหน้าประตู และเป็นธนบูรณ์ เกศารัตน์ ยิงเข้าไป ให้ทีมชาติไทย ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 54

 

หลังจากขึ้นนำ ไทยยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำประตูที่ 2 และก็มาทำจนได้ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายบอลให้ ชนานันท์ ป้อมบุปผา หลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเมียนมา ให้ไทยขึ้นนำ 2-0

 

พอได้ประตูที่ 2 ไทยเริ่มผ่อนเกมบุกลงบ้าง แต่ก็ยังครองบอลได้เยอะกว่าเมียนมา จนมาถึงนาทีที่ 78 สารัช อยู่เย็น ตักบอลไปให้ ภิญโญ อินพินิจ ทำประตูให้ไทยนำห่าง 3-0 และเป็นประตูปิดกล่อง ให้ทีมชาติไทย เอาชนะ เมียนมา 3-0 คว้าแชมป์ซีเกมส์ สมัยที่ 15 ได้สำเร็จ

 

นอกจากทีมบอลไทย จะคว้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 15 แล้ว ยังเป็นการคว้าแชมป์ 2 สมัยติดอีกด้วย รับเงินอัดฉีดรวมทั้งสิ้น 16.5 ล้านบาท จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย 12 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มอบเงินให้นักกีฬาเหรียญทองละ 2 แสนบาทต่อคน (20 คน รวมเป็น 4 ล้านบาท), ธนาคารซิตี้แบงค์ 5 แสนบาท

 

                ขณะเดียวกัน “โค้ชโชค” ถือเป็นคนที่ 4 ของวงการฟุตบอลไทยที่สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ในฐานะนักเตะและเฮดโค้ชต่อจาก ยรรยง ณ หนองคาย (ค.ศ.1975), วิทยา เลาหกุล (ค.ศ.1997) และ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ค.ศ.2013) นอกจากนั้นยังมีสถิติที่น่าสนใจคือ ทุกปี ค.ศ.ที่ลงท้ายด้วยเลข 5 (1965, 1975, 1985, 1995, 2005 และ 2015) ทีมชาติไทย จะคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาครองได้

               ส่วนเกมชิงที่ 3 เวียดนาม ชนะ อินโดนีเซีย 5-0 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง