แชร์โพสนี้

ทราบหรือไม่ว่า? ปัจจุบันขยะมูลฝอยในประเทศไทยมีจำนวน 663 ล้านตัน/ปี ที่ถูกกองทิ้งไว้ ไม่มีการจัดการอย่างถูกต้อง และในอนาคตขยะเหล่านี้อาจจะเพิ่มขึ้น 3,400 ล้านตัน /ปี และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย จุดนี้เองทาง GC จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว พร้อมปฏิวัติการจัดการขยะที่ต้นทางเพื่อเกิดผลที่ดีในระยะยาวและยั่งยืน จึงเปิดตัวการแข่งขัน WASTE RUNNER 100 DAYS CHALLENGE เฟ้นหาโมเดลการจัดการขยะในประเทศไทย  นําไปสู่การต่อยอดให้เกิดธุรกิจต้นแบบด้านการจัดการขยะ โดยใช้ระยะเวลา 100 วัน
 
 
  15 พ.ค.62- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC ร่วมมือโครงการ OUR Khung BangKachao จัดการแข่งขันสร้างโมเดลจัดการขยะในประเทศไทย นําไปสู่การต่อยอดให้เกิดธุรกิจต้นแบบด้านการจัดการขยะใน พื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการแข่งขัน เป็นระยะเวลา 100 วัน 
 
 
คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเซาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาขยะในประเทศไทยทวีความรุนแรงมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพคือ การจัดการทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยทําขยะให้ไม่เป็นขยะ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก และท้าทาย      
 
GC จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ด้วยความรับผิดชอบและมองปัญหาขยะเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยเริ่มต้นตั้งแต่ กระบวนการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และการนําขยะไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรืออัพไซเคิล
 
  อีกทั้ง GC จึงให้ความสําคัญกับการดําเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมร่วมมือกับโครงการOURKhung BangKachao ในการเปิดตัวการ แข่งขัน Waste Runner 100 Days Challenge เพื่อร่วมสร้างโมเดลการจัดการขยะ และสร้างความเข้าใจว่าขยะมีมูลค่า ทําให้ถูกจัดเก็บได้อย่างเหมาะสม และจะนําไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยยะสําคัญ ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืน  ในด้านแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
 คุณวราวรรณ ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กรบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวเสริมว่า โครงการ Waste Runner 100 Days Challenge  จะถูกนําร่องผ่านชุมชนคุ้งบางกะเจ้า ซึ่ง GC ได้ร่วมมือกับ Tact โดยคาดหวังว่าจะเกิดความคิดสร้างสรรค์และเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ที่สนใจในการพัฒนาการจัดการขยะ ทั้งนี้ได้ความร่วมมือกับ นักวิชาการและนักธุรกิจด้านการจัดการขยะ รวมไปถึงหลายหน่วยงานบ่มเพาะธุรกิจเริ่มต้น เพื่อส่งเสริมต่อยอดให้เกิดการลงทุนและสนับสนุนแนวคิดที่มีความเป็นไปได้ให้ เกิดขึ้นได้จริง โดยโครงการที่ผ่านเข้ารอบ 3 ทีมสุดท้าย จะมีโอกาสได้ไปนําเสนอในงาน Circular Living Symposium 2019 – 1 Upcycling our planet ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
 
 ชยุตม์ สกุลคู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แทคท์ โซเชียล คอนซัลติ้งกล่าวว่า  ตลอดระยะเวลา 100 วัน ของโครงการ  Waste Runner 100 Days Challenge  โจทย์ที่ยากที่สุด คือ จะทําอย่างไรที่จะดึงศักยภาพของผู้เข้าแข่งขัน และทําการให้ทดลองในพื้นที่ครั้งนี้ประสบความสําเร็จและเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง โดยที่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน 
 
 ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ได้ใช้แนวคิด Design Thinking เป็นแกนหลักในการออกแบบกิจกรรม ให้ผู้เข้าแข่งขันได้เข้าใจถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของผู้เกี่ยวข้องในชุมชน เปิดพื้นที่ในการระดมความคิดผ่านการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จนสามารสร้างต้นแบบของโมเดลการจัดการขยะที่พร้อมดําเนินการจริงในพื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ ทาง Tact จะเป็นผู้ที่ช่วยจัดเตรียมงาน ตั้งแต่ในส่วนของการจัดกิจกรรมต่างๆ ไป จนถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อเตรียมพร้อมให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถทดสอบแนวคิดในพื้นที่ได้อย่างราบรื่นโดยการแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสําคัญของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจัดการขยะ
 
นอกจากการเปิดตัวการแข่งขัน WASTE RUNNER 100 DAYS CHALLENGE นั้น ภายในงานยังมีเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘ทางออกของปัญหาขยะประเทศไทยในปัจจุบัน’ ผ่านตัวแทน 4 ภาคส่วน ตัวแทนชุมชน พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร รองเจ้าอาวาสวัดแดง,ตัวแทนภาคธุรกิจ ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการ บริษัทคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ จำกัด , ตัวแทนภาครัฐ คุณวานิช สาวาโย ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสียสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตรายกรมควบคุมมลพิษ และ ตัวแทนภาควิชาการ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
 
 ซึ่งทั้ง 4 ภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาขยะในประเทศไทย พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับทาง GC ด้วยความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ การนำขวดพลาสติก 15 ใบ มาผลิตเป็นผ้าไตรจีวร ซึ่งเป็นการสร้างชีวิตใหม่ให้กับขยะพลาสติกให้สามารถใช้ได้อีกครั้ง และส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า , การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และ การร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะจับมือร่วมกัน พร้อมหาวิธีการขับเคลื่อนการจัดการขยะโดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง
 
ทั้งนี้ หากผู้ใดสนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งการของเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับ WASTE RUNNER 100 DAYS CHALLENGE: 100 วันรันวงการขยะ  สามารถสมัครได้ที่ https://www.wasterunnerchallenge.com ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2562  พร้อมเปิดพื้นที่ให้สำหรับทุกคนขอแค่คุณมีไอเดียใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้นิสิตนักศึกษา พนักงานบริษัท สตาร์ทอัพ ผู้เชี่ยวชาญที่กำลังศึกษาประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ หรือผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศและ ไม่จำกัดอายุ
 
สำหรับผู้ชนะ อันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท อันดับ 2 เงินรางวัล 50,000 บาท อันดับ 3 เงินรางวัล 30,000 บาท ซึ่งทั้งสามทีมยังมีโอกาสนำเสนอผลงานที่งาน GC Circular Living Symposium 2019 ในเดือนมิถุนายน 2562 และมีโอกาสนำผลงานไปต่อยอดทางธุรกิจอีกด้วย