เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “เมรุลอยนกหัสดีลิงค์” สมเกียรติหลวงพ่อคูณ

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
199 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ม.ขอนแก่นเผยเมรุหลวงพ่อคูณ เน้นโทนขาว เรียบง่าย ล็อคกุญแจ 4 ตัวป้องกันอัฐิหลวงพ่อ ยืนยันไม่มีการสร้างเหรียญปลุกเสกหรือวัตถุมงคลใดๆ

รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ กล่าวว่า เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ตามประเพณีโบราณจัดขึ้นเฉพาะการ ฌาปณกิจศพเจ้านายชั้นสูง หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ เพื่อใช้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในวันที่ 29 มกราคม 2562 ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น

เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัย ศึกษา ค้นคว้า ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ การศึกษาข้อมูล การออกแบบและการก่อสร้าง ด้านการศึกษาข้อมูล ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือในการจัดพิธีฌาปณกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม ต่อมา ด้านการออกแบบ ได้ถอดอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่ายสู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง และเมื่อถอดรหัสเอกลักษณ์ของหลวงพ่อผ่านงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่ พบว่า มีรูปปั้นช้างมี 4 งา ส่วนหัวของนกหัสดีลิงค์จึงเป็นช้าง 4 งาด้วยเช่นกัน ตามเจตนาของหลวงพ่อที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมาใช้ต่อ นั่นหมายความว่า วันใดถ้ามีพระสงฆ์มรณภาพจะสร้างเมรุหัสดีลิงค์สีขาวเช่นเดียวกับหลวงพ่อไม่ได้

และสุดท้ายด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ได้รับเกียรติจากช่างหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน ช่างศิษยานุศิษย์
มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยโบราณ อาทิ เขียน แกะ สลัก ปั้น ปูน รัก หุ่น บุ กลึง หล่อ โดยมีศูนย์กลางก่อสร้างที่ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง 22.6 เมตร นำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาติดคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่ หรือประติมากรรมกระดาษ ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน

ปัจจุบันการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ ดำเนินการแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 90 ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายไปติดตั้งประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ใช้เวลาประมาณ 10 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 19 มกราคมที่จะถึงนี้ ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 22-28มกราคม 2562 เมื่อเข้าสู่วันที่ 29 มกราคม 2562 จะทำการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่นมายังพุทธมณฑลอีสานซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปยังมณฑลพิธีได้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดำเนินงานได้จัดเตรียมจุดสักการะที่เหมาะสมไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้วางดอกไม้จันทน์

สำหรับตำนาน “นกหัสดีลิงค์” หรือ นกสักกะไดลิงค์ มีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์บินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีเข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา นางสีดาจึงรับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย ตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีจึงโปรดให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีสร้างนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อว่า การก่อสร้างนกหัสดีลิงค์นอกจากคำนึงถึงข้อมูลจากการวิจัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงโลง 3 โลง ประกอบด้วย โลงที่ 1 ทำด้วยไม้จันทน์หอม เป็นโลงที่สำคัญมากเพราะบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ส่วนโลง 2 คือโลงสแตนเลส วางบนท่อนฟืนไม้จิก ล็อคด้วยกุญแจ 4 ตัว เพื่อป้องกันเปลวไฟไม่ให้เข้าไปถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้ และโลงสุดท้าย คือ ประติมากรรมนกหัสดีลิงค์ที่ครอบโลง 1 และ 2 อยู่ เมื่อฌาปนกิจแล้วร่างของหลวงพ่อจะอยู่ในโลงสแตนเลสกันเปลวไฟ และโลงจะล็อคเพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถเข้าถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้ตามประสงค์ของหลวงพ่อ ซึ่งได้เตรียมการประกอบพิธีกรรมนางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบธรรมเนียมไทยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานกรรมการคณะดำเนินงาน ยืนยันในที่ประชุมกรรมการอำนวยการพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ไม่มีนโยบายในการจัดทำเหรียญหรือวัตถุมงคลที่ระลึกใด ๆ เพื่อการจำหน่าย จ่ายแจก เพราะทางมหาวิทยาลัยมีหน้าที่จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ และอำนวยความสะดวกแก่ศิษยานุศิษย์ตามเจตนารมย์ของหลวงพ่อเท่านั้น ส่วนบุคคลกลุ่มใดจะทำอะไร อย่างไร ทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถบังคับได้

“มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีบุญเหลือเกินที่ได้เป็นผู้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ การดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ไม่มีอุปสรรคใด ๆ มีภาคีเครือข่ายที่ช่วยงานอย่างคับคั่ง กระทั่งต้องมีกระบวนการรับรองผู้ที่อยากช่วยงานให้ชัดเจน เช่น เมรุทำอย่างไร จัดดอกไม้อย่างไร โลงในการบริจาคมีผู้เสนอชื่อช่วยเหลือ 10 คน ดอกไม้จันทน์มีผู้บริจาคถึงหลักล้าน จะมีเพียงปัญหาเล็กน้อยจากวัยรุ่นผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้สเปย์ฉีดพ่นพญานาครูปหล่อที่ใช้เป็นบริวารเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จากเดิมที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมความสวยงามจึงถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่ปิด เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการทำงานส่วนอื่น ๆ ทั้งด้านสถานที่ พินัยกรรม ก็ไม่มีปัญหา ส่วนตัวมองว่า นับเป็นยุครุ่งเรืองที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำงานให้หลวงพ่อซึ่งเป็นที่เคารพรักศรัทธา นับเป็นภาพที่จะอยู่ในความทรงจำของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นและพุทธศาสนิกชนไทยตลอดไป” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว

นอกจากนั้นหลังแล้วเสร็จพิธีกรรม ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับฉันทานุมัติจากคณะดำเนินงานพิธีพระราชทานเพลงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ) เป็นกรณีพิเศษ ให้จัดสร้างเจดีย์ครอบบริเวณที่จัดพิธีฌาปนกิจสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายนาคและสัตว์ป่าหิมพานต์ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงพระเทพวิทยาคม
(หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ตลอดกาล

ขอบคุณเนื้อหาจาก : www.kku.ac.th