ไทย รุก ตลาดแดนมังกร เจาะลึกพฤติกรรมนทท.จีน เที่ยวเองไม่พึ่งทัวร์เพิ่มขึ้น

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
42 ครั้ง

แชร์โพสนี้

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการ ททท. เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยกว่า 50 ราย ร่วมเจรจาธุรกิจและนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของไทย ภายในงาน China International Travel Mart (CITM) 2018 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกระตุ้นการเดินทางนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพของจีน

โดย ททท. เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทย ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยว สนามกอล์ฟ รถเช่า สายการบิน โรงพยาบาล และอื่นๆ จำนวน 52 ราย เข้าร่วมงานดังกล่าวเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยวของไทยไปสู่กลุ่มลูกค้าในตลาดต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอรายการนำเที่ยว รวมถึงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ของประเทศไทย ซึ่งตอกย้ำถึงเสน่ห์ของความเป็นไทย


สำหรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวในปีนี้ที่นำเสนอต่อตลาดจีน มีการเจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น เช่น กลุ่มสุขภาพ (Health and Wellness) เนื่องจากจำนวนประชากรจีนเยอะและระบบรักษาพยาบาลมีความซับซ้อน ค่าดูแลรักษาพยาบาลและการตรวจสุขภาพในจีนมีราคาสูงและคิวยาว หากมาที่ไทยจะได้รับความสะดวกและสามารถไปเที่ยวต่อได้ โดยเน้นไปที่โปรแกรมการตรวจสุขภาพ การฟื้นฟูสุขภาพ สปา,กลุ่มนักท่องเที่ยวกีฬา (sport tourism) เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบการวิ่งมาราธอน ซึ่งมีตลาดจีนที่ให้ความสนใจกันอยู่ นอกจากนี้กลุ่มคนจีนยังสนใจเรื่องของค่ายมวยไทยด้วย จะเป็นอนาคตกลุ่มนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยทั้งสองกลุ่มนักท่องเที่ยวประเภทนี้จะเพิ่มระยะเวลาการเข้าพักและค่าใช้จ่ายต่อทริปที่เพิ่มมากกว่าการเที่ยวปกติ

ผู้ว่าการการ ททท. กล่าวต่อว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวของจีนเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ ต่อไปจะมีการทำ Segmentation มากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มการเข้ามาของนักท่องเที่ยว เพราะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนทั่วไป ตัวเลขเริ่มมีแนวโน้มชนขอบและขยายไปไม่ได้มากกว่านี้ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงต่างๆ โอกาสเติบโตในเชิงปริมาณจะลดลงแต่จะเพิ่มขึ้นในเรื่องของนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ก้าวกระโดดมากขึ้น

สำหรับการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในไทย ช่วงปลายปีนี้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นตลาดและฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ช่วยในเรื่องของการอำนวยความสะดวก ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม Visa On Arrival : VOA ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561 – เดือนมกราคม 2562 ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 หรือ จะมีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2561- 31 มกราคม 2562 รวม 60 วัน ขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมการขายร่วมกับภาคเอกชนของไทย จัดเป็นโครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” เพิ่มสิทธิ์การรับส่วนลด ผ่านการออกแบบโปรแกรมบริการพิเศษ หรือสิทธิประโยชน์ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ (Non-residence tourist) เพียงแสดงหนังสือเดินทางเพื่อแลกรับสิทธิ์

นางฐิติพร มณีเนตร ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผยว่า ได้มีการจัดงาน Post-CITM Table-Top Session 2018 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวจากไทย ร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเที่ยวจีนในพื้นที่นครเซี่ยงไฮ้และเมืองใกล้เคียง เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสินค้าท่องเที่ยวไทย รวมถึงอัพเดทสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจีน (Buyers) เน้นให้เกิดการขายส่งนักท่องเที่ยวเข้าไป ประเทศไทยอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เชิญสื่อมวลชนกลุ่ม Key Opinion Leader (KOL) และ Blogger จำนวน 22 คน ที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ ได้แก่ Tik Tok Weibo และ Wechat ที่มียอดเข้าถึงในจีนมากกว่า 3 – 5 ล้านคน เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวมุมมองใหม่ของเมืองไทยและนำกลับไปเผยแพร่ต่อกลุ่มผู้ติดตามในโลกออนไลน์ตลอดเดือนพฤศจิกายน โดยหวังผลให้เกิดกระแสการเดินทางมาประเทศไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่อเนื่องจนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2562

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า นักท่องเที่ยวจีน มีการเดินทางเข้ามาแบบ F.I.T หรือ Free Individual Travelers มากขึ้น ลดการพึ่งพาการเที่ยวแบบทัวร์ เนื่องจากคนจีนรุ่นใหม่ต้องการอิสระในการเดินทาง ต้องการวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง ไปสถานที่ใหม่ๆด้วยตัวเอง โดยทำการจองที่พักและการเดินทางจากจีนไปเองเลย ทำให้ดูเหมือนว่าตัวเลขทัวร์จีนลดลงแต่ในความจริงแล้วข้อมูลจาก Ctrip ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจีน F.I.T ไปเที่ยวในไทยแบบไม่ใช้บริการทัวร์เพิ่มขึ้น โดยทางผู้ประกอบการนำเที่ยวต้องปรับตัว นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวและรูปแบบใหม่ๆไม่ซ้ำเดิม เพื่อให้สอดรับกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางด้วย

ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นอับดับ 1 จำนวนประมาณ 9.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 11 สร้างรายได้ประมาณ 5.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 16 เมื่อเทียบจากสถิตินักท่องเที่ยวในปี 2559 มีการใช้จ่ายประมาณ 6,395.06 บาทต่อคนต่อวัน และมีวันพักเฉลี่ยประมาณ 8 วัน โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา (ชลบุรี) ภูเก็ต เชียงใหม่ และ กระบี่