แชร์โพสนี้

ประชาชนมีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชเพิ่มขึ้น กำลังต้องการการช่วยเหลือดูแลจิตใจ พื้นที่สถานพยาบาลที่เป็นมิตร มีพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่โล่ง สบาย สงบ สวยงาม ปลอดภัย จะช่วยบำบัดด้านจิตใจ หากสถานพยาบาลและสังคมร่วมมือ จัดพื้นที่ดังกล่าวเท่ากับให้โอกาสผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชให้ได้รับการบริการอย่างเท่าเทียมในสังคม และเพียงสละด้วยการกดแชร์ และสละทรัพย์เพียงเล้กน้อยสนับสนุนการสร้างอาคารและกิจกรรมผู้ป่วยก็เท่ากับได้ให้ที่ยืนแก้ผู้ด้อยโอกาส

สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และกระทรวงสาธารณสุข เป็นสถาบันวิชาการด้านนิติ-สุขภาพจิตแห่งเดียวในประเทศไทย เดิมชื่อ โรงพยาบาลนิติจิตเวช ให้บริการมา 48 ปี เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน ปี 2514 เพื่อตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยจิตเวชที่ก่อคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศาล ส่งผู้ต้องขังมาตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษา รวมถึงตรวจประเมินและดูแลผู้ต้องขับที่ถูกพิพากษาประหารชีวิต ตั้งอยู่เลขที่ 23 หมู่ 8 ถนน พุทธมณฑลสาย 4 แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. บนเนื้อที่ 50 ไร่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ไม่ไกลจากพุทธมณฑล

ในระยะแรกดูแลเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดี มีบทบาทหน้าที่สำคัญในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญที่ผดุงความยุติธรรมให้แก่ผู้ป่วยจิตเวช มีบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง เป็นสถานที่ศึกษาดูงานทั้งระบบสาธารณสุขและระบบยุติธรรม เมื่อปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ต้องเปิดบริการผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่มีคดีด้วยตามนโยบาย แต่ชื่อของโรงพยาบาลเป็นตราบาปที่ประชาชนไม่กล้าเข้ามารับการรักษา กรมสุขภาพจิตจึงขอประทานนามใหม่ เพื่อลดความวิตกกังวลและเอื้อต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตของประชาชน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานนามให้ใหม่เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2545 ว่า “สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” และปรับบมบาทเป็นสถาบันวิชาการที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในหารพัฒนาด้านวิชาการ การวิจัย นวัตกรรม พัฒนาเทคโนโลยี การตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตใจของผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีเป็นลำดับแรก ด้วยทีมสหวิชาชีพ(จิตแพทย์พยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักกิจกรรมบำบัด) ที่มีความรู้ สมรรถนะและประสบการณ์เฉพาะทาง ปัจจุบันเป็นองค์กรที่ให้บริการตามมาตรฐานคุณภาพการดูแลผู้ป่วยและสร้างเสริมสุขภาพ ได้รับการรับรองครั้งที่ 4 จากสถาบันพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล และมาจรฐาน ISO 9001 และ 27001 ได้รับรางวัลการบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และรางวัลบริการเลิศรัฐาดีเด่น เรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพจิตผู้ต้องขังในเรือนจำ

บริบทและปัญหาของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ในปี พ.ศ.2560 คณะผู้บริหารทบทวนบทบาทด้านนิติจิตเวช (forensic psychiatry) พบว่ายังไม่ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้น จึงปรับขอบเขตการทำงานเป็น นิติสุขภาพจิต (forensic mental health) เพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันการเกิดปัญหา มุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านนิติสุขภาพจิต เพื่อให้บุคลากรด้านสุขภาพ ด้านยุติธรรมเรียนรู้ และนำไปดูแลผู้ป่วย โดยมีวิสัยทัศน์คือเป็นองค์กรหลักด้านนิติสุขภาพจิต ที่รวมพลังสังคมเพื่อผู้ป่วย ครอบครัว และสังคมปลอดภัย

นายแพทย์ศรุตพันธ์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวถึงผู้ป่วยจิตเวชว่า ผู้ป่วยที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจมีจำนวนน้อย เป็นผู้ที่ขาดโอกาสเพราะถูกสังคมปฏิเสธ เพราะสังคมไม่เข้าใจ ถูกตีตราว่าเป็นคนไม่ดี ความจริงแล้วปัญหาสุขภาพจิต และโรคทางจิตเวชสามารถรักษาได้ จากการติดตามดูแลผู้ป่วยหลังจากที่บำบัดรักษา ฟื้นฟู และกลับไปอยู่ในชุมชน พบว่าผู้ป่วยหายและกลับไปใช้ชีวิตสร้างคุณค่าให้ตนเองและชุมชนได้มากมาย ครอบครัว ชุมชน มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการหายและการดำรงชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น การได้รับการรักษาต่อเนื่อง และการสนับสนุน และดูแลที่เหมาะสมกับสภาพ ปัญหาก็ลดได้ เพียงขอพื้นที่ให้พวกเขามีโอกาสกลับไปยืนอยู่โดยไม่โดดเดี่ยว

ขณะนี้ปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ปี 2561 มีผู้ป่วยใน วันละเกือบ 200 คน มีเตียงผู้ป่วย เพียง 185 เตียง แต่มีผู้ป่วยที่ต้องรับไว้รักษาล้นตึก ต้องอยู่อย่างแออัด ผู้ป่วยนอก จำนวน 6.5 หมื่นกว่าคน เพิ่มขึ้นจากที่ปีแล้วร้อยละ 17.4 เฉลี่ยวันละเกือบ 300 คน เป็นโรคจิตเภทมากที่สุดร้อยละ 24 โรคจิตจากสารเสพติดรองลงมา ร้อยละ 7.6 โรคอารมณ์แปรปรวนร้อยละ 3 โรคซึมเศร้าร้อยละ 2.5 ผู้ป่วยกลุ่มวัยที่ต้องการการบำบัดรักษาเพิ่มขึ้นเท่าตัว เช่น เด็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาทางจิตเวช แต่โครงสร้างและอาคารผู้ป่วยเก่า และชำรุดทรุดโทรมมาก อาคารผู้ป่วยนอกเป้นอาคารที่สร้างตั้งแตปี พ.ศ.2520 มีการต่อเติมซ่อมแซม แต่มีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างจึงซ่อมไม่ได้มาก และขาดงบประมาณในการปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยาได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โครงสร้างอาคารผู้ป่วยนอกหลังเดิม รองรับผู้ป่วยได้เพียงวันละ 70-80 คน ต่อวัน แต่ปัจจุบันผู้ป่วยจาก 7 เขต ปริมณฑลกรุงเทพมหานคร และ 8 จังหวัดได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประขวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และ สุพรรณบุรี เพิ่มขึ้นเป็นวันละเกือย 300 คน สถานที่จึงคับแคบมาก ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชต้องการพื้นที่เป็นสัดส่วนเฉพาะที่ออกแบบเพื่อการเยี่ยวยาจิตใจ บำบัดรักษาทางจิต ฟื้นฟูจิตใจ การให้การปรึกษาทั้งรายกลุ่มและบุคคล

จึงมีความจำเป็นต้องหางบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารหลังเก่า สร้างอาคารผู้ป่วยนอกหลังใหม่ จักศื้ออุปกรณ์ เทคโนโลยีด้านสุขภาพจิต และจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ที่จำเป็นที่เอื้อต่อการบำบัดรักษาด้านจิตใจ ปรับสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนคลาย และการบริการผู้ป่วยจิตเวช ให้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

นายแพทย์ศรุตพันธุ์ เปิดเผยอีกว่า 6 ปี ที่ผ่านมาสามารถเรียกเก็บค่าบริการได้เพียงบางส่วน เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชฐานะยากจน ไม่มีรายได้และเป็นผู้ป่วยเร่ร่อน ทำให้สถาบันฯ ไม่สามารถเรียกเก็บได้(หนี้สูญ) ปีละ 10-32 ล้านบาท จึงเรียนขอเชิญชวนท่านที่มีจิตใจเมตตา และมีความปรารถนาที่จะสร้างกุศลครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตผูัที่ด้อยโอกาสในสังคมให้มีพื้นที่รับบริการที่ดี เท่ากับให้ที่ยืนอย่างเท่าเทียมในสังคม

ท่านสามารถร่วมบริจาคได้โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 479-0-12282-4 ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์” และการเข้าไปกดแชร์ได้ที่ facebook เติมสบายพลัส เพียงกดแชร์ 1 ครั้ง เท่ากับท่านได้บริจาค 1 บาท เพื่อคืนคุณค่า ให้ผู้ป่วยจิตมีชีวิตที่ดีขึ้น

เพราะยาที่ดีที่สุดสำหรับคนป่วยทางจิตใจ คือ การให้โอกาส ทุกการแชร์คลิปนี้ของคุณมอบโอกาสให้เขาเหล่านี้ได้ ตามไปแชร์กันได้ที่เพจ เติมสบายพลัส #1แชร์1บาท #สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ #จิตเวช #เติมสบายให้โอกาส #เติมสบายพลัส