สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แจง ซูซูกิคัพ ไม่ใช่ตัวชี้วัดอนาคตของ ราเยวัช

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
5 ครั้ง

แชร์โพสนี้

สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ชี้แจงผลการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ไม่ใช่ตัวชี้วัดอนาคตของ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย

วันที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ที่ทำการสมาคมฯ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินทางมารายงานตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561

การรายงานตัวครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงนักเตะตัวใหม่ อย่าง ขวัญชัย สุขล้อม, สรานนท์ อนุอินทร์ และตัวหลักอย่าง ฐิติพันธุ์ พ่วงจันทร์, เฉลิมพงศ์ เกิดแก้ว และ สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นต้น โดยนักเตะจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังติดภารกิจกับสโมสร จะเดินทางมาสมทบในภายหลังในวันที่ 29 ตุลาคม 2561

พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการซูซูกิ คัพ เราทราบดีว่าเป็นรายการที่แฟนบอลชาวไทย มีความคาดหวังและก็ให้ความสำคัญกับฟุตบอลรายการนี้เป็นอย่างมาก เรื่องการเตรียมความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง สมาคมฯจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งกับโค้ช ทีมงานผู้ฝึกสอน และนักกีฬา เรามีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการทีมคนใหม่ ซึ่งก็คือคุณ กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ เข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือ กำกับดูแล หรือทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย แทนนายกสมาคมฯ

การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ผมมั่นใจว่า ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ตามบทบาทและภารกิจ ก็ได้ให้โอวาทกับนักกีฬาทุกคน ทั้งคนที่ติดทีมชาติมาหลายครั้ง และที่ติดทีมชาติใหม่ สิ่งที่บอกกับน้องๆก็คือ การขยันหมั่นเพียร เชื่อทีมงานโค้ช ผู้ฝึกสอน ปรับสภาพจิตใจ กับความเข้มแข็งของใจ ว่าทีมชาติไทยต้องไม่กลัวชาติใด บอกน้องๆว่าต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแกร่ง เพราะกีฬา แพ้ชนะวัดกันที่ สภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งเชื่อว่าด้วยความเป็นมืออาชีพของโค้ช และทีมงานผู้ฝึกสอน รวมถึงนักกีฬา เข้าใจ ก็คิดว่าทุกคนทำได้ และเชื่อว่าเมื่อทำในสิ่งที่ผมแนะนำไปแล้ว ผลงานจะออกมาดี ผลงานจะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนใด ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือแรงใจจากแฟนบอลชาวไทย ที่ช่วยกันเชียร์ ลูกๆหลานๆ นักฟุตบอลทีมชาติไทย ทั้งในสนาม และหน้าจอทีวี ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชน ก็ต้องขอให้ทุกคนคิดว่า พวกเราเป็นผู้สนับสนุนให้กับทีมชาติไทยเพื่อความสุขกับรอยยิ้มของแฟนบอลชาวไทย

เรามีข้อตกลงกันว่า เฮดโค้ชจะต้องทำผลงานในเอเชียน คัพ ให้ดีกว่าอดีตที่เคยผ่านมา ส่วนในซูซูกิ คัพ แน่นอน มันเป็นความคาดหวัง และโค้ชก็เป็นมืออาชีพ ก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างไร แต่ผลงานที่สำคัญที่เป็นข้อตกลง คือ ผลงานในเอเชียน คัพ เพราะทีมชาติไทย ยังไม่เคยเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย นั่นคือเป้าหมาย ถ้าเราไปได้ไกลกว่าที่เราเคยไป ก็ถือว่ามีการพัฒนา ถ้าเราไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม แปลว่าเรายังไม่พัฒนา เราไม่ได้หวังมากมาย ในทีมเอเชียน คัพ เราหวังว่าเราจะเข้ารอบลึกๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอีกขั้น ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง ส่วนซูซูกิ คัพ ไม่ใช่ตัวชี้วัด

สำหรับทีมชาติไทย จะเก็บตัว ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ โดยจะคัดเลือกนักกีฬาให้เหลือ 23 คนอีกครั้งในภายหลัง

โดยโปรแกรมของทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี มีดังนี้

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี มีดังนี้

ติมอร์ เลสเต พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น.

ทีมชาติไทย พบกับ อินโดนีเซีย ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น.

ฟิลิปปินส์ พบกับ ทีมชาติไทย ที่สนาม ปานาด สเตเดียม ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น.

ทีมชาติไทย พบกับ สิงคโปร์ ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก FA THAILAND