ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเอ็นเอสซี โอลิมเปียสกี้ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ดีกรีแชมป์ 12 สมัย ลงสนามพบกับหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่เข้ามาชิงแชมป์ถ้วยนี้ในรอบ 11 ปี

 

เกมนี้ทั้ง 2 ทีมต่างส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม โดยราชันชุดขาว แนวกรุกอย่างอีสโก้ , คาริม เบนเซม่า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่วนทีมหงส์แดง 3ประสานโมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ นำทัพในแดนหน้าในการล่าตาข่ายทีมคู่แข่ง

เริ่มเกมเป็นทีมหงส์แดงที่เล่นได้อย่างคึกคัก เปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมมาดริดชนิดได้ลุ้น แต่จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้นในนาที 30 หลังโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เบียดแย่งบอลกับ เซร์คิโอ รามอส และเสียหลักเอาไหล่ลง เจ้าตัวบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว พร้อมเดินออกสนามทั้งน้ำตา ก่อนส่งอดัม ลัลลาน่าลงมาเล่นแทน

จากนั้นรูปเกมเปลี่ยนทันที กลายเป็นชุดขาวที่ครองบอลได้เหนือกว่า และในท้ายครึ่งแรก มาดริดส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย จังหวะที่อีสโก้ โยนให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โหม่งเหน่งๆระยะไม่ถึง 10 หลา ไปติดเซฟของลอริส คาริอุส ก่อนที่เบนเซม่า จะซ้ำเข้าไป แต่ทว่าไลน์แมนยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้า มาดริดพลาดการออกนำอย่างน่าเสียดาย ครึ่งแรกทำให้เสมอกันที่ 0-0

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลกลับมาเล่นได้ดีขึ้น หลังจากที่ขวัญเสียจากการบาดเจ็บของซาลาห์ ซึ่งเป็นผู้เล่นคนสำคัญ

แต่ในนาที 51 จังหวะที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อลอริส คาริอุส รับบอลจากการเปิดลึกของผู้เล่นชุดขาว เจ้าตัวพยายามออกบอลเร็ว แต่กลับขว้างบอลไปโดนขาของ คาริม เบนเซม่า บอลไหลเข้าประตูไป ให้เรอัล มาดริดขึ้นนำไปอย่างไม่น่าเชื่อ 1-0

จากนั้นนาที 55 ลิเวอร์พูลได้เตะมุม เจมส์ มิลเนอร์ โยนโด่งเข้ามาในเขตโทษ เดยัน ลอฟเรน โหม่งชงมาให้ซาดิโอ มาเน่ พุ่งเข้าชาร์จจ่อๆ ตุงตาข่าย ให้ทีมหงส์แดง กลับเข้าสู่เกมได้อย่างรวดเร็ว สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

นาที 64 เป็นทีมราชันชุดขาว ที่ได้เฮอีกครั้ง มาร์เซโล่ เปิดจากปีกซ้ายไปให้ แกเร็ธ เบล ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองจักรยานอากาศบอลพุ่งก่อย้อยเสียบใต้คานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งมาดริดขึ้นนำลิเวอร์พูลเป็น 2-1

นาที 69 มาเน่ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเรียดไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ก่อนหมดเวลา 7 นาที มาดริดมาได้ประตูตอกฝาโลง แกเร็ธ เบล คนเดิมยิงด้วยซ้ายบอลส่ายเข้าหา คาริอุสซึ่งเจ้าตัวพยายามรับ แต่บอลปริ้นเข้าประตูไป เป็นประตูที่สองของเขาในนัดนี้ เรอัล มาดริดนำห่าง 3-1

เวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนทำประตูเพิ่มได้ จบเกมเรอัล มาดริด ชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 ราชันชุดขาวผงาดคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นสมับที่ 13 พร้อมกับเป็นแชมป์ถ้วยยุโรป 3 ปีติดต่อกันด้วย

 

 

 

ภาพจากเพจ : UEFA Champions League

Comments

comments