แชร์โพสนี้

     ด้วยวิทยาการปัจจุบันที่ก้าวหน้าไปมาก สิ่งต่างๆ ในยุคสมัยนี้จึงสามารถทำได้ง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นความลำบากในการใช้ชีวิตของคนยุคก่อนก็เป็นเรื่องน่าสนใจและไม่สามารถลืมได้เลย เพราะความรู้และความเชื่อของคนในยุคก่อนวิทยาศาสตร์จะเจริญนั้นมันทั้งแปลกและน่าลัวไม่น้อย จนต้องบอกว่าพวกเราโชคดีแล้วที่เกิดในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นมาพบกับ 12 ความเชื่อและวิทยาการแปลกๆ ในยุคโบราณกัน…

 

1. การทำสีผม การทำสีผมในหมู่สาวๆ มีมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว แต่เพราะสมัยก่อนไม่มีร้านทำผมและไม่มีน้ำยาย้อมผมที่มีสีมากมายอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นสาวๆ ในยุคนั้นจึงสรรหาสารพัดสิ่งของสารพัดเพื่อมาย้อมสีผม ไม่ว่าจะเป็น หัวหอม อบเชย ไปจนถึงกำมะถันและขี้เถ้า เพื่อมาย้อมสีผม และยังต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงท่ามกลางแสดงแดดแผดเผาของดวงอาทิตย์ด้วย แค่จะเปลี่ยนสีผมแต่ละที แค่คิดก็ทรมานแล้ว…

 

2. การรัดเท้า เป็นประเพณีที่น่ากลัวและถูกเล่าขานกันมาถึงความเจ็บปวด แต่ต้องบอกว่าการรัดเท้าให้เป็นรูปดอกบัวนี้เป็นที่นิยมมากในชนชั้นสูง โดยเด็กหญิงชาวจีนจะถูกรัดเท้าตั้งแต่ 4-5 ขวบ เพื่อให้เท้าเล็ก เพราะหากเท้าใหญ่พวกเธอจะถูกพิจารณาว่าเป็นสามัญชนและจะมีปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องแต่งงาน แม้ว่าการรัดเท้าจะทำให้เท้าผิดรูปจนน่ากลัว แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วยก็ตาม

 

3. หนังสือร้องเรียน การเขียนหนังสือร้องเรียนมีมานานแล้วเป็นพันๆ ปี แต่นี่หนังสือร้องเรียนที่มีอายุราว 3,000 ปี แผ่นจารึกนี้เป็นคำร้องเรียนเกี่ยวกับการส่งมอบทองแดงที่ผิดประเภท ลองคิดดูว่าในสมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต การร้องเรียนหรือแสดงความคิดเห็นแต่ละเรื่องจะใช้เวลาและความอดทนขนาดไหน

 

4. ขวดคอแคบเก็บน้ำตา อาจสงสัยว่ามันคืออะไร แต่เจ้าสิ่งนี้ถูกพบมากในสุสานโบราณ น้ำตาของผู้มาร่วมไว้อาลัยแด่ผูู้เสียชีวิตจะถูกเก็บไว้ภายในขวดนี้

 

5. การรักษาโรคด้วยเวทมนต์และปุ๋ยคอก ซึ่งเราทุกคนรู้ดีว่าปุ๋ยคอกนั้นทำมาจากมูลสัตว์ โดยช่วงก่อนคริสต์ศักราช 1,500 ปี เชื่อว่ามันคือยา ผสานกับมนต์พิธีในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายก็จะทำให้หายจากอาการป่วย

 

6. การก่อสร้างขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น The Stone of the South ใน Baalbek เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความลำบากขนานแท้ในยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักรและใช้แรงงานมยุษย์ล้วนในการยกเจ้าหินขนาดมหึมาที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,000 ตันก้อนนี้

 

7. อำนาจอันไร้ขอบเขตของคนเป็นพ่อ ในสมัยโบราณพ่อคือบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในครอบครัว มีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน หรือการหย่าร้าง และแม้แต่การตัดสินใจว่าจะให้ทารกแรกเกิดมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่

 

8. ทดสอบการตั้งครรภ์ เดี๋ยวโลกเรามีวิธีการตรวจง่ายๆ ด้วยชุดตรวจการตั้งครรภ์ ที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็รู้ผล แต่ในสมัยก่อนผู้หญิงจะทำการทดสอบโดยการปัสสาวะใส่กระสอบข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ซึ่งถ้าเมล็ดงอกเงย ก็หมายความว่าเธอคนนั้นตั้งครรภ์นั่นเอง หรือใช้การดื่มน้ำผสมน้ำผึ้งก่อนนอน ถ้าท้องโตขึ้นแสดงว่าตั้งครรภ์

 

9. การรักษาด้วยเลือดเนื้อของมนุษย์ ปัจจุบันการแพทย์เจริญก้าวหน้า มียาและวิธีทางวิทยาศาสตร์รักษาโรคต่างๆ มากมาย แต่ในยุคที่การรักษาต้องลองผิดลองถูก มีการใช้เลือดของมนุษย์ในการรักษาไมเกรนและอาการชัก นอกจากนี้ยังมียาผงที่ทำจากมัมมี่ ซึ่งอ้างสรรพคุณเป็นยาครอบจักรวาลรักษาได้ทุกโรค โดยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกมาหลายศตวรรษ ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกวันนี้ยังมีผู้ใช้ยาตัวนี้อยู่ด้วย

 

10. การแสดงความรักต่อแมว เป็นที่รู้กันดีว่าแมวเป็นที่นับถือและถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวอียิปต์ โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าหากแมวตาย เจ้าของต้อง โกนขนคิ้ว เพื่อไว้ทุกข์เป็นเวลา 70 วัน

 

11. ชาวอียิปต์มีบทบาทอย่างมากในวิทยาทางการแพทย์ แต่กว่าจะหาวิธีรักษาที่ถูกต้องได้ก็ต้องผ่านวิธีแปลกๆ มาก่อน ตัวอย่างเช่น การรักษาอาการเจ็บปวดต่างๆ ในช่องปากด้วยน้ำยาบ้วนปากชนิดพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย เบียร์หวาน รำข้าว และผักชีฝรั่ง แม้แต่วันนี้บางคนก็ยังเลือก “ยา” ชนิดนี้แทนยาแผนปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ

 

12. การดองศพผู้หญิงจะทำหลังผูัชาย ชาวอียิปต์โบราณมักจะดองศพหลังเสียชีวิต หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ ‘การทำมัมมี่’ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อผู้เสียชีวิตคือผู้หญิง ร่างขของเธอจะถูกปล่อยให้สลายตัวเป็นเวลา 2-3 วัน ก่อนจะถูกนำไปทำตามกระบวนการเก็บรักษา ซึ่งล่าช้ากว่ากระบวนการเก็บรักษาร่างของผู้ชาย เนื่องจากญาติของหญิงที่เสียชีวิตต้องการเลี่ยงไม่ให้ใครมาสัมผัสกับร่างกายของหญิงผู้เสียชีวิต พวกเขาจึงปล่อยให้มันเน่าเปื่อยก่อน