FILE PHOTO: A copy of bitcoin standing on PC motherboard is seen in this illustration picture, October 26, 2017. REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

ดีเอสไออายัดบัญชีกระเป๋าเงินบิทคอยน์ หลังพบผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินมาลงทุน

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
2,742 ครั้ง

แชร์โพสนี้

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอได้อายัดกระเป๋าเงิน (วอลเล็ท) บิทคอยน์ 2-3 บัญชีแล้ว หลังจากสอบสวนพบว่าผู้เสียหายแต่ละรายถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินมาลงทุนซื้อขายบิทคอยน์ แต่มูลค่าการลงทุนยังไม่มากประมาณไม่เกินหลักล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินด้วยหรือไม่

 
“กระบวนการสืบสวนนั้นเราตามรอยได้ง่าย เพราะบิทคอยน์ยังไม่นิยมแพร่หลายนัก มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ลงทุนเท่านั้น รวมถึงในทางเทคนิคถ้ามีการโอนเงินเข้ามาสามารถตรวจสอบติดตามจากกระเป๋าบิทคอยน์ ซึ่งเป็นองค์กรในไทยและต่างประเทศ เราสามารถเข้าไปประสานและพูดคุยกันได้” พ.ต.ต.สุริยาระบุ
 
สำหรับความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆในการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนบิทคอยน์ พ.ต.ต.สุริยากล่าวด้วยว่า ที่ผ่านทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องได้นำประสบการณ์มาแบ่งปันกัน และได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังมาตลอด ซึ่งจริงๆแล้วมองว่าตัวบิทคอยน์ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย แต่แก๊งมิจฉาชีพนำบิทคอยน์มาใช้ในกระบวนการหลอกลวง
 
ขณะเดียวกันยังหารือเรื่องกฎหมายที่พบว่า ยังมีช่องว่างตรงที่เงินดิจิทัลยังไม่มีกฎหมายทางการเงินรับรอง แต่ถูกนำมาหลอกหลวงว่าสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
 
ส่วนกรณีใช้บิทคอยน์เป็นช่องทางการลงทุน ตอนนี้ทุกหน่วยงานเริ่มให้ความรู้และความเสี่ยงกับนักลงทุนเพราะมองว่า การถือบิทคอยน์ไว้ลงทุนคงห้ามไม่ได้ เพราะในอนาคตอาจเป็นสกุลเงินที่ใช้ได้จริง แต่ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วย
 
ทางด้านสถานีโทรทัศน์แชนแนล นิวส์เอเชีย รายงานผลสำรวจร้านค้าปลีกดั้งเดิม 8 ร้านในสิงคโปร์ ที่เคยรับชำระเงินด้วยบิทคอยน์ พบว่ามีอยู่ 6 ร้านที่ยกเลิกการชำระเงินด้วยเงินดิจิทัลไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นการรับชำระเงินแบบมีเงื่อนไข โดยร้านแรกรับบิทคอยน์เฉพาะเวลาที่ลูกค้าซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของทางร้านเท่านั้น ส่วนอีกร้านหนึ่งรับเงินดิจิทัลต่อเมื่อเจ้าของร้านอยู่ที่ร้านเท่านั้น
 
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ร้านค้าดังกล่าวเลิกรับเงินบิทคอยน์คือลูกค้าใช้กันน้อย และฝ่ายผู้ค้าก็เจอกับความยากลำบากในการแลกบิทคอยน์กลับมาเป็นเงินสดนอกเหนือจากปัญหาในเรื่องกระบวนการทำธุรกรรมด้วย