หุ้นไทยปิดสูงสุดในประวัติศาสตร์ ขณะเงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 3 ปี ชี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้า

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
289 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวานนี้ (3 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันทำการแรกของปี 2561 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ โดยปิดตลาดที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดการซื้อขายเมื่อปี 2518 ดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% มูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 2.69 พันล้านบาท ขณะที่เงินบาทไทยปิดตลาดที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 3 ปี

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า การปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมศึกษาข้อมูลของบริษัท ทั้งในและต่างประเทศที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวานนี้ ซึ่งเป็นวันทำการแรกของปีปรับตัวขึ้นมาแรง จึงเชื่อว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นไปแตะ 1,800 จุดเร็วกว่าที่ประเมินไว้ คาดว่าเป็นผลมาจากสัญญาณตลาดหุ้นไทยปลายปีปรับตัวขึ้นมาตามแรงซื้อของสถาบัน

นายกรภัทรกล่าวต่อไปว่า ตามสถิติช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทุกต้นปีตลาดหุ้นไทยเจอแรงกดดันจากการขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) แต่ในปีนี้นักลงทุนที่ถือมาตั้งแต่ 2556 ซึ่งสามารถไถ่ถอนได้กลับมีการซื้อเพิ่ม บวกกับกระแสเงินลงทุนต่างชาติ ที่กระจายเงินมายังภูมิภาคเอเชีย และตลาดหุ้นไทย หลังเห็นภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว ดังนั้นช่วงเดือนนี้จึงมีโอกาสเห็นต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยทดแทนการขายหุ้นทำกำไรช่วงปลายปี (January Effect) เมื่อดูจากทิศทางตลาดหุ้นไทยแล้วยังคาดการณ์เป้าหมายปีนี้ที่ 1,848 จุด กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต 14.5 % ดังนั้น นักลงทุนจึงยังไม่ต้องวิตกเรื่องตลาดหุ้นปรับฐานในช่วงนี้ และควรดูการลงทุนในระยะยาว กลุ่มที่อิงกับการลงทุนในประเทศ และการบริโภค ที่จะโดดเด่นในปีนี้ เช่น กลุ่มก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ธนาคาร

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทปิดตลาดวานนี้ที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากช่วงค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 3 ปีกว่า จากปัจจัยต่างชาติ เทขายดอลลาร์ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่สกุลเงินเอเชียทั้งหมดกลับมาแข็งค่า เงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้น ซื้อสุทธิ 27,000 ล้านบาทและตลาดพันธบัตรซื้อสุทธิ 4,000 ล้านบาท

ตลาดเงินในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจโลกร้อนแรง และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า สกุลเงินเอเชียต่างๆจะแข็งค่าขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐที่ต้องจับตาการออกมาให้ความเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินในช่วงหลายสัปดาห์ว่ามีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นหรือไม่ ซึ่งยังต้องจับตาในวันศุกร์ ส่วนตลาดแรงงานสหรัฐจะยังขยายตัวดีต่อเนื่อง มองว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non farm payrolls) จะเพิ่มขึ้น 180,000 คน ส่งผลให้การว่างานจะอยู่ในระดับ 4.1% ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หรือคิดเป็น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาพรวมตลาดแรงงานในสหรัฐช่วงนี้ค่อนข้างดี เพราะแรงหนุนเรื่องการจ้างงานใหม่หลังจากเหตุพายุ และแรงงานคนหนุ่มสาวที่ถูกว่าจ้างมากขึ้น