คำว่า “เศรษฐี” สื่อความหมาย Econ ที่แปลว่า ประหยัด ไว้ ดังนั้น กว่าจะมาเป็นมหาเศรษฐีมีเงินล้นเหลือได้นั้น ก็ต้อง “ประหยัด” กันมาก่อนทั้งนั้น
การใช้เงินให้เป็น สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการหาเงินมาให้ได้ จริง ๆ คนไทยทุกวันนี้ไม่จนแล้วนะ จบปริญญาตรียังไม่ทันมีประสบการณ์ ก็ได้เงินเดือนขั้นต่ำตั้งหมื่นห้า โอโฮ้! หมื่นห้านะ รู้มั้ย สำหรับว่าที่เศรษฐีในอนาคต มันเยอะมาก แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่  ใจติดเกม เล่นของแพง บูชาแบรนด์ดัง เท่าไหร่ ๆ ก็คงไม่พอ “เสพ” หรอก แถมบอกก็ไม่ฟังอีกต่างหาก!!
ว่าที่มหาเศรษฐีหมายถึง ผู้ที่มีนิสัยใจคอจะเป็นมหาเศรษฐีในอนาคต แต่ปัจจุบันยัง “จน” อยู่ แฮะแฮะ ท่าน ๆ เหล่านี้มีเคล็ดลับด้านการเงินอยู่สามเรื่องใหญ่ ๆ คือ ฉลาดใช้ ฉลาดออม และฉลาดหา ในบรรดาสามเรื่องนี้ เรื่องสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่าง “เศรษฐี” กับ “ยาจก” คือเรื่องฉลาดใช้

“ฉลาดใช้” จะว่าง่ายก็ง่าย (กว่าปอกกล้วยเข้าปาก) จะว่ายากก็ยาก (กว่าเข็นครกขึ้นภูเขา) เอาเข้าจริง เรามัก “ใช้เพลินโดยไม่รู้ตัว” “ซื้อเพราะกิเลสมันยั่ว” “จ่ายมั่วเกินราคา” “บ้าของเงินผ่อน” “ร่อนเร่เทสตางค์ทิ้ง” “วิ่งเข้าหาแฟชั่น” “แข่งกันสะสมวัตถุ” และอีกร้อยแปดนิสัยเสียพันประการ ที่ทำให้เราจ๊นลง จนลง ไม่รวยขึ้นสักที

 

เศรษฐีที่สร้างตัวเองขึ้นมาได้นั้น เขาล้วนแต่

  1. มีเป้าหมาย
  2. มีวินัย
  3. มีความอดทน

ใครไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชาตินี้ไม่ต้องคิดประสบความสำเร็จอะไรกับใครเขาหรอก

เป้าหมายระยะสั้น คนยุคก่อนที่สร้างตัวเองขึ้นมา มัก “ทำเพื่อเก็บ” ไม่ใช่ “ทำเพื่อใช้” บางคนอาจเก็บเงินถึงเกินครึ่งของที่หาได้เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเงินออมไป “ต่อเงิน” ข้างหน้า สานต่อเป้าหมายระยะยาวที่จะ “ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ มีความสุขในชีวิต ทำให้ครอบครัวสุขสบาย”

ทำไมเขามีวินัย เป้าหมายระยะสั้นทำให้เขาต้องมีวินัย วินัยคือทำสิ่งดีๆ ทุกวัน เป็นประจำ เป็นนิสัย

ทำไมเขามีความอดทน เป้าหมายระยะยาวทำให้เขามีความอดทน เขาเคยผ่านชีวิตลำบากอดมื้อกินมื้อ ไม่มีที่อยู่ที่กิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาอดทน มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนในประเทศไทยเราทุกวันนี้ ก็สร้างตัวมาแบบนี้ทั้งนั้น สอนลูกสอนหลานในสิ่งเหล่านี้ ส่วนลูกหลานจะเอาหรือไม่เอาถ่าน ก็เป็นอีกเรื่อง

อย่าคิดว่าปัจจุบันเรื่องแบบนี้มีแต่ในตำนาน เหลียวซ้ายแลขวา เห็นแต่แรงงานต่างด้าว ทั้งเขมร ลาว พม่า เวียดนาม ถ้าคนไทยไม่ “ตื่น” วันหนึ่ง เราจะกลายไปเป็นคนรับใช้เขาอย่างแน่นอน
ดังนั้น ขอท่านจง “ฉลาดใช้” ในวันนี้ เพื่อ “มั่งมี” เป็นเศรษฐี ในวันหน้า เราจะนำเคล็ดลับดีๆ มาฝากต่อไป โปรดติดตาม Until Next Time..

 

ขอขอบคุณ
“สองดอกเตอร์” รศ.ดร.ฉัฐไชย์ ลีนาวงศ์ และ รศ.ดร.พรฤดี เนติโสภากุล
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

Comments

comments