“Learn from Yesterday, เรียนรู้จากวันวาน
Live for Today,  เพื่ออยู่วันนี้
HOPE for Tomorrow! และมีฝันไปวันหน้า!”
โดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ท่ามกลางประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่แสนยาวนาน โลกผ่านคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่…

1. คลื่นการเกษตร The Agricultural Wave!

ยุคนี้กินเวลายาวนานที่สุด นับได้หลายพันปี อาจนับตั้งแต่ที่มนุษย์เริ่มรู้จักบันทึกประวัติศาสตร์!

มนุษย์ยุคเกษตรอยู่อย่างพอเพียง primitive เรียบๆ ง่ายๆ กินอยู่กับธรรมชาติ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำประมง ไปตามความเหมาะสมของพื้นที่

จุดหมายหลักคือทำเพื่อไว้กินใช้เอง แต่ถ้าได้เกินต้องการ ก็มาแลกเปลี่ยนกัน เป็นการค้าแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน (กลับไปอยู่กันมั้ย ^_^)

2. คลื่นอุตสาหกรรม The Industrial Wave!

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์โลก หนีไม่พ้นการปฏิวัติอุตสาหกรรม The Industrial Revolution! โดยช่วงแรกอยู่ประมาณปี ค.ศ.1760–1820 ส่วนช่วงสองเริ่มประมาณกลางศตวรรษที่ 19

เทคโนโลยีใหม่ ๆ เริ่มเกิดขึ้น ทั้งพลังไอน้ำที่นำไปสู่รถไฟ เครื่องจักรขนาดใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรม…ไปจนถึงการเกิดขึ้นของ(มนุษย์)ไฟฟ้า! ที่นับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตทุกคนก็เปลี่ยนไป โลกไม่เคยต้องหลับไหลอีกเลย!

คลื่นหรือยุคอุตสาหกรรมนี้ นับได้หลักหลายร้อยปี การค้าขายยุคนี้เริ่มซับซ้อนขึ้น…!
เพราะผลิตของได้มาก (อาจผลิตเพื่อขายโดยเฉพาะ) จากการช่วยเหลือของเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ

รวมไปถึงการขนส่งทางไกลขนาดใหญ่ที่ต้นทุนไม่แพงอย่างระบบราง ทำให้จำเป็นต้องสร้างระบบในการค้าขายและสื่อสารขึ้นมา…

ทว่า ยังไม่ทันจะเป็นรูปเป็นร่าง มนุษย์ก็เริ่มทะเลาะกันใหญ่โต จนกลายเป็นมหาสงคราม The Great War ที่คนไทยรู้จักกันดีในนามสงครามโลก!

โลกยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากมหาสงคราม ระบบธุรกิจยังไม่ทันเข้าที่(อีกแล้ว) การทะเลาะกันครั้งใหญ่กว่าของมวลมนุษยชาติ สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เริ่มขึ้นในอีกเพียง 20 ปี ต่อมา!

แล้วโลก แล้วธุรกิจ จะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร หากมนุษย์ยัง keep fighting ทะเลาะกันเรื่อยไป!

3. คลื่นสารสนเทศ The Information Wave!

หลังจบมหากาพย์สงครามโลกทั้งสองภาค โลกตกอยู่ในสภาพยับเยิน ทั้งฝ่ายผู้แพ้และผู้ชนะ! ต้องใช้อีกสิบกว่าปี โลกจึงเริ่ม..เปลี่ยน!

กฎกติกามารยาททางธุรกิจเริ่มเป็นระบบระเบียบ การค้าขายข้ามโลกกลายเป็นเรื่องเล็ก โลกเริ่มหดตัว Globalization ฟ้าก็กั้นไม่อยู่! เพราะการติดต่อสื่อสาร ตั้งแต่การคมนาคมไปจนถึงโทรคมนาคม เครื่องมือสำคัญของการค้า เริ่มวิวัฒน์…เครื่องช่วยคำนวณ ตัวประมวลงานซ้ำๆ อย่างคอมพิวเตอร์ ระบบบัตรเครดิต วิทยุโทรทัศน์ ระบบดาวเทียม ระบบอินเตอร์เน็ต ตลาดหุ้น สินค้าไฮเทค

ทุกอย่างล้วนเกิดในคลื่นยุคที่ 3 ที่นับได้เป็นเพียงหลักหลายสิบปี! สั้นลง สั้นลง กว่ายุคก่อน

ถ้าจุดเปลี่ยนของยุคก่อนอยู่ที่การปฏิวัติอุตสาหกรรม จุดเปลี่ยนของยุคนี้ก็อยู่ที่การปฏิวัติทางดิจิตอล The Digital Revolution นั่นเอง!

“คุณภาพคน คุณภาพโลก The Human Resource WAVE!”

บางท่านอาจงงว่า แล้วทุกวันนี้เราอยู่ยุคไหน? ยุคที่ 3 แล้วใช่มั้ย? ก็ต้องขอตอบว่า จริงๆ แล้ว ทั้ง 5 ยุค (อีก 2 ยุค กำลังจะพูดถึง) สามารถอยู่ร่วมกันทั้งหมดได้ (Co-exist)

บางที่ในโลก หรือแม้แต่ในบ้านเรา เช่น ชนบทที่ห่างไกล ก็ยังอาจอยู่ในยุคการเกษตร แต่เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เห็นชัดว่าอยู่ในยุคสารสนเทศ ข่าวสารฉับไว อัพเดตกันได้ทุกวินาที ขณะที่หลายพื้นที่ก็ยังอยู่ในยุคอุตสาหกรรม ทำงานกันในโรงงาน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน!

4. คลื่นความรู้ The Knowledge Wave!

การปฏิวัติทางดิจิตอล The Digital Revolution ในยุคก่อน คือปัจจัยพื้นฐานของยุคแห่งความรู้นี้ ข้อมูลสารสนเทศมากมายที่ได้จากสื่อดิจิตอล กลายเป็นข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่

ใช่ ข่าวสารที่ได้รับจากสังคมออนไลน์ ทั้ง Twitter หรือ Facebook หรือ Line ล้วนมีค่า แต่คุณค่าจะมากกว่ามาก หากเราสามารถประกอบชิ้นข่าวเล็กๆ  เหล่านี้ขึ้นเป็นภาพใหญ่ (Big Picture) ขึ้นเป็นองค์ความรู้ใหม่

หัวใจของยุคความรู้นี้ นอกจากมองภาพใหญ่เป็น ก็ต้องเน้นนวัตกรรม (Innovative) ทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaborative) ยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์(Adaptive) และรู้ที่จะจัดการกับการเปลี่ยนแปลง (Change Management) อเมริกา ยุโรปตะวันตก ญี่ปุ่น เกาหลี เข้าสู่ยุคนี้แล้วอย่างแท้จริง สมาร์ทดีไวซ์ที่ผลิตออกมา ทั้งนาฬิกา GPS โทรศัพท์ ฯลฯ กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง ชนิดที่ใครก็ไม่อาจคาดถึง!

5. คลื่นทรัพยากรมนุษย์ The HR Wave!

ยุคที่ 4 ก็ไปไกลมากแล้ว ยังมียุคที่ 5 อีกหรือ?
แน่นอน ก็เหมือนที่ไอน์สไตน์บอกไว้ให้ HOPE for Tomorrow! สร้างฝันไปวันหน้า ยุคห้าที่ใฝ่ฝันจึงกำลังคืบคลานเข้ามา…

“มนุษย์” ตัวแปรสำคัญที่สุดของคลื่นทุกยุค จะถูกเปลี่ยนมุมมอง “มนุษย์” จะได้รับการปฏิบัติเปรียบดั่ง “ทรัพยากร (Resource)” อันล้ำค่า ไม่ใช่แค่ “แรงงาน (Labor)” ราคาถูก ดั่งยุคก่อนๆ อีกต่อไป

ถ้าคิดจะพัฒนา ไม่ว่าจะโลก ประเทศ ชุมชน หรือองค์กร อันดับแรกที่ต้องทำก็คือ “พัฒนามนุษย์” 
ถ้ามนุษย์ฉลาด มี Wisdom การเกษตรก็จะเปลี่ยน อุตสาหกรรมก็จะปฏิวัติ สารสนเทศก็จะวิวัฒน์ ความรู้ นวัตกรรมใหม่ก็จะกอปรขึ้น ทุกคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง ล้วนเกิดจากมนุษย์!

คน..กำหนด..โลก!

ลักษณะของคนในชาติ บ่งบอกถึงคุณภาพของชาติ!

คนตะวันตก อิสระ กล้าคิด/พูด/ทำ เป็นตัวของตัวเอง (แต่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน) ใฝ่รู้ ชอบจดจาร

คนจีน วิริยะ อุตสาหะ หนักเอาเบาสู้ ขยันหากิน ประหยัด รักพวกพ้อง ชอบอยู่เป็นกลุ่มก้อน

คนเกาหลี เสียสละ รักชาติ รักครอบครัว แก้ไขไม่แก้ตัว รู้ผิดรู้ชอบ ยึดมั่นระบบอาวุโส

คนญี่ปุ่น วินัยเข้ม เก่งเป็นทีม ทำงานเต็มที่ มีความรับผิดชอบ ชาตินิยมสูง

คนไทย ปรับตัวเก่ง ยิ้มง่าย สบายๆ มีใจอาสา

“ยุคแห่งปัญญา The Wisdom Age” ที่ให้ค่ากับมนุษย์ ทั้งในแบบส่วนบุคคล (Individual) และส่วนรวม (Collective) ตะวันตกเชื่อว่าใกล้มาถึง…

“ยุคพระศรีอารย์” แนวคิดเชิงพุทธที่ใกล้เคียง ก็ให้ค่ากับมนุษย์เช่นกัน เชื่อกันว่ามนุษย์ยุคนี้จะเป็นคนดี มีปัญญา แม้ว่าจะยังมาไม่ถึงในเวลาอันใกล้!

อย่างไรก็ดี วันนี้ โลกเห็นความสำคัญของคุณ ในฐานะทรัพยากรมนุษย์แล้ว คุณล่ะ เห็นหรือยัง??

 

ขอขอบคุณ
“สองดอกเตอร์” รศ.ดร.ฉัฐไชย์ ลีนาวงศ์ และ รศ.ดร.พรฤดี เนติโสภากุล
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

Comments

comments