“เดวิสคัพไทย” เปิดหัวชนคูเวตปีหน้า ใช้นักหวดชุดเดิมเป็นแกนหลัก

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
534 ครั้ง

แชร์โพสนี้

การแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลกประเภททีมชาย “เดวิสคัพ 2017” กลุ่ม 2 โซนเอเชีย/โอเชียเนีย รอบแรก ในปีหน้า ได้มีการจับสลากประกบคู่ออกมาแล้ว โดยทีมชาติไทย รองแชมป์กลุ่ม 2 ในปีนี้ และทีมวางอันดับ 2  จะพบกับทีมชาติคูเวต กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 โดยครั้งนี้ไทยจะต้องออกไปเยือนคูเวต หลังจากการพบกันครั้งล่าสุด เมื่อปี 2557 แข่งขันที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี

 

สำหรับสถิติการพบกันของไทยกับคูเวต 4 ครั้ง ไทยชนะได้ทั้งหมด ปี 1990 ที่คูเวต ไทยชนะ 5-0 คะแนน / ปี 1993 ที่ไทย ไทยชนะ 5-0 คะแนน / ปี 2013 ที่คูเวต ไทยชนะ 4-1 คะแนน / ปี 2014 ที่ไทย ไทยชนะ 4-1 คะแนน

 

“บิ๊กเอ๋” นายกิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล นายกสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สำหรับเดวิสคัพปีหน้า ตนยังให้นักกีฬาชุดปัจจุบันเป็นตัวหลักลงแข่งขันอยู่ คือ กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์, ปรัชญา อิสโร, สนฉัตร์-สรรค์ชัย รติวัฒน์ เพราะสามารถทำผลงานได้ดีในแมตช์แพ้ไต้หวัน ในรอบชิงชนะเลิศ กลุ่ม 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งทุกคนยังลงแข่งอาชีพสม่ำเสมอ มีการฟิตซ้อมร่างกายที่ดี อย่างไรก็ตามการแข่งขันกับคูเวตยังมีเวลาเตรียมตัวอีกหลายเดือน นักเทนนิสบางคนอาจจะมีอาการบาดเจ็บ บางคนอาจจะฟอร์มตกลงไป ซึ่งก็ต้องพิจารณาให้นักหวดคนอื่นๆ ที่ผลงานดีในช่วงนั้น มีแรงกิ้งที่ดี เข้ามาติดทีมชาติได้ เรียกได้ว่าเปิดกว้างให้ทุกคนได้มีสิทธิ์มาทำหน้าที่เพื่อชาติ ทุกๆ รายการ ไม่ว่าจะเป็นเดวิสคัพ เฟดคัพหรือซีเกมส์ รวมทั้งโค้ชและผู้จัดการทีมจะต้องมีการแยกชุดกันอย่างชัดเจน

 

นายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ กล่าวต่อว่า อยากให้นักเทนนิสหน้าใหม่ๆ ตั้งใจฝึกซ้อมและแข่งขันเพื่อจะได้ก้าวมาติดธงทีมชาติให้ได้ เนื่องจากจะเป็นเกียรติและศักดิ์ศรี การติดทีมชาติจะเป็นดีกรีที่อยู่กับตัวไปตลอดชีวิต รวมทั้งจะต้องมีการพูดคุยกันในเรื่องระเบียบวินัย ไม่อยากให้มาติดทีมชาติเพื่อเงินเท่านั้น แต่อยากให้คิดถึงการแข่งขันเพื่อชาติ เนื่องจากถ้าประสบความสำเร็จก็จะมีเงินรางวัลจากรัฐบาล สมาคมฯ ผู้จัดการทีมให้อยู่แล้ว

 

“การเจอกับคูเวตผมยังมองว่านักกีฬาชุดเดิมยังมีประสิทธิภาพอยู่ ซี่งถ้าวันนั้นไม่มีอาการบาดเจ็บและลงเล่นสม่ำเสมอก็น่าจะยังใช้ชุดนี้เป็นหลัก แต่ถ้าวันนั้นมีคนที่ดีกว่าก็ต้องพิจารณากันอีกครั้ง” นายกิตตน์สมบัติกล่าว