‘โรนัลโด้-นานี’ คนละตุง! ‘ฝอยทอง’ เชือด ‘มังกรแดง’ ลิ่วชิงฯในรอบ 12 ปี

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,803 ครั้ง

แชร์โพสนี้

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร2016” คืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเกมในรอบรองชนะเลิศ คู่แรก ระหว่าง “ฝอยทอง” โปรตุเกส ลงสนามพบ “มังกรแดง” เวลส์ ที่สต๊าด เดอ ลียง เมืองลียง

 

                คู่เคยเจอกันมาเพียงครั้งเดียวในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2000 เป็นทีมฝอยทองที่เอาชนะไปได้ 3-0 โดยโปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะโปแลนด์มาในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เข้ารอบมาอย่างหืดจับ ถือเป็นการผ่านเข้ามาสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งที่ 5 ในประวัติศาสตร์

 

เกมนี้เฟร์นานโด ซานโตส กุนซิอใหญ่โปรตุเกส จัดทัพในระบบ 4-3-1-2 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ กองหลัง บรูโน อัลเวส, โฆเซ ฟอนเต, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, เซดริก ส่วนกองกลางใช้ ดานิโล, อาเดรียน ซิลวา, เจา มาริโอ โดยมีเรนาโต ซานเชส ยืนทำเกมอยู่หลังคู่กองหลังคริสเตียโน โรนัลโด และนานี

 

ด้าน เวลส์ ผ่านเข้ามาเล่นยูโรรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมผ่านเข้ามาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย โดยในรอบ 8 ทีมสุดท้ายพวกเขาพลิกล็อกเอาชนะเบลเยียม 3-1

 

เกมนี้ คริส โคลแมน เฮดโค้ชทีมมังกรแดง จัดทัพในระบบ 3-5-2 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู เวย์น เฮนเนสซี กองหลัง เจมส์ เชสเตอร์, เจมส์ คอลลินส์, แอชลีย์ วิลเลียมส์ โดยมี คริส กุนเทอร์, นีล เทย์เลอร์ เป็น 2 วิงแบ๊ก ส่วนกองกลางใช้ โจ เลดลีย์, โจ อัลเลน, แอนดี คิงส์ และคู่กองหน้าใช้ ฮาล ร็อบสัน-คานู จับคู่กับ แกเร็ธ เบล

 

เริ่มเกมเป็นโปรตุเกสที่ดูดีกว่าเล็กน้อย ครองบอลได้มากกว่า มีโอกาสทำประตูมากกว่า ขณะที่เวลส์ มาเน้นตั้งรับแล้วอาศัยจังหวะโต้กลับคอยเล่นงานแผงหลังทีมฝอยทอง แต่ไม่มีใครทำอะไรกันได้ จบ 45 นาทีแรกเสมอกันไป 0-0

 

ในครึ่งหลัง เวลส์ แก้เกมมาได้ดีขึ้น เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกเข้าใส่โปรตุเกสได้มากขึ้น แต่สุดท้ายกลายเป็นทีมฝอยทองที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 50 จากลูกโหม่งของคริสเตียโน โรนัลโด ถือเป็นประตูที่ 3 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ และถือเป็นประตูที่ 9 เทียบเท่ากับมิเชล พลาตินี ในทำเนียบดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของศึกยูโรรอบสุดท้าย

 

และในนาทีที่ 53 โปรตุเกส ก็มาได้ประตูหนีห่าง 2-0 อย่างติดๆ จากจังหวะที่โรนัลโด ยิงบอลจากนอกกรอบเขตโทษ และเป็นหลุยส์ นานี ที่ยืดขาเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป

 

หลังจากนั้น เวลส์ ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น เดินหน้าบุกเข้าใส่โปรตุเกสเพื่อหวังประตูตีตื้น แต่ก็ได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา เจาะแนวรับที่แข็งแกร่งของทีมฝอยทองไม่ได้เสียที

 

จบเกม โปรตุเกส เอาชนะ เวลส์ 2-0 ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ หลังจากเคยผ่านเข้าชิงฯ มาแล้วในปี 2004 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ แต่ไปโดนทีมชาติกรีซ เฉือนชนะไป 1-0 ซิวแชมป์ไปครองอย่างหน้าตาเฉย

 

โดย โปรตุเกส ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ เยอรมนี ในคืนวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ เวลา 02.00น. ตามวันและเวลาไทย