ไปนอนชิลล์บนเกาะ(เกือบ)ส่วนตัว แล้วแบกเป้เที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต [ 2 Day Trip ]

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
58,879 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 
ภูเก็ต ไข่มุกเม็ดงามของฝั่งอันดามันที่ใครหลายคนต่างตกหลุมรัก ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวคนไทยเท่านั้น แต่ดารานักร้องต่างประเทศชื่อดังหลายคนต่างแวะเวียนมาเที่ยวที่นี่ ทำให้ภูเก็ต เต็มไปด้วยสีสันของทัวร์และนักท่องเที่ยว ความโด่งดังของทะเลและเกาะแถบภูเก็ตที่ว่า น้ำใสแบบเห็นปลาชนิดที่ไม่ต้องลงไปดำนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เกินจริงเลย วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวภูเก็ตแบบสองสไตล์ทั้งทัวร์เมืองเก่าและพาไปเที่ยวอีก 2 เกาะ เผื่อใครอยากตามรอยก็ตามกันมาเลยจ้า 
 
 

Day 1 : เกาะบอน…หาดสวยๆน้ำใสๆ เกาะส่วนตัวที่มีคนไม่ถึง 10คน 

 
เราวางแผนเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยตั้งธงไว้ว่า ทริปนี้ขอพักผ่อนเยอะๆและไม่อยากไปผจญภัยกับทัวร์จำนวนมหาศาล จนได้รับคำแนะนำว่า พวกเราควรไปเที่ยวที่ เกาะบอน เป็นเกาะเล็กๆ ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่ถึง 20 นาที ส่วนใหญ่จะไม่มีนักท่องเที่ยวไปเกาะนี้เพราะจะเตลิดเลยไปเที่ยวเกาะเฮ หรือ เกาะคอรัลแทน  ที่สำคัญคือไม่มีทัวร์กรุ๊ปใหญ่ลง ว่าแล้ววันแรกของการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นในตอนแปดโมง จากตัวเมืองภูเก็ต มีรถสองแถวไปนั่งไปยังอ่าวฉลอง ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีเช่นเดียวกัน เมื่อถึงท่าเรือ จะมีเรือเล็กคล้ายๆเรือหางยาวโดยสารรับจ้างไปตามเกาะต่างๆ เราทำการเหมาเรือจากท่านี้ด้วยราคา 2 พันบาทเพื่อรับ-ส่ง ไปเกาะบอน เมื่อติดต่อเรือและตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าฝ่าทะเลตรงไปยังเกาะเล็กๆ มองเห็นแต่ไกลก็รู้เลยว่าไม่มีนักท่องเที่ยวมาที่นี่แน่นอน เมื่อเรือเข้าใกล้ชายหาดเราเห็นเพียงฝรั่งกลุ่มเล็กๆเพียง 6 คน และแหม่มเจ้าของร้านขายของบนเกาะอีก 1 คน นอกนั้นเงียบสงบมาก 
 
 
เราสามารถใช้บริการเตียงผ้าใบและโต๊ะของร้านขายของได้ แต่ก็ต้องเสียเงินเพิ่ม หรือสั่งของจากทางร้าน ซึ่งราคาก็แพงตามค่าขนส่ง แต่ก็พอจ่ายได้ไม่หนักหนา  ถ้าใครไม่อยากเสียเงินก็เตรียมเสื่อและอาหารมาปิคนิคบนเกาะก็ได้ ชายหาดที่นี่ทรายขาวสะอาดเม็ดละเอียดมากและมีซากปะการังเล็กๆขึ้นมาเกลื่อนหาดด้วย นอกจากนี้ยังมีปูเสฉวนเยอะมากให้เราได้ถ่ายรูปเล่น  ใครอยากพักผ่อนแนะนำให้หาหนังสือมาอ่านรับลมเย็นๆ ปล่อยใจไปกับเสียงคลื่น แต่ถ้าเบื่อก็ลองไปดำน้ำสน็อคเกิ้ลดูปลาที่นี่ก็มีให้ดูเหมือนกัน
 
 
ตลอดทั้งวันที่อยู่บนเกาะ มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนที่นี่ไม่ถึง10คน สำหรับคนที่หนีความวุ่นวาย เกาะบอน คือความดีงามที่แอบซ่อนอยู่ในหมู่เกาะของภูเก็ต เราใช้เวลาอยู่ถึงเกาะบอนถึงช่วงบ่ายสาม ก็สาแก่ใจ ได้ฤกษ์กลับแผ่นดินใหญ่สักที เรือบ่ายหน้าออกไปแล้วเราได้แต่ทิ้งเกาะบอนไว้เบื้องหลัง เหมือนได้เติมพลังชีวิตให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง 
 
 
 

Day 2 : ทัวร์เกาะไข่ น้ำใส ปลาเป็นๆ แหวกว่ายให้เราหลงรัก

 
 
เราเริ่มการท่องเที่ยวด้วยการจองทัวร์ไปเกาะไข่ ในราคา 800 บาท สำหรับทัวร์ครึ่งวัน โดยรถตู้จะมารับเราถึงโรงแรมเป็นทริปง่ายๆ เมื่อไปถึงท่าเรือ ไกด์จะมาแนะนำตัวและแนะนำการเดินทางซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและชาวจีน จุดหมายของเราอยู่ที่เกาะไข่ โดยทัวร์จะพาเราไปสามที่คือ เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ยและเกาะไข่ใน  อยู่ในเขตจังหวัดพังงาแต่ใกล้กับภูเก็ต
ไฮไลท์ของเกาะไข่คือมีหมู่ปลาเยอะมาก ว่ายมาที่ชายหาดแบบไม่กลัวคน และแทบไม่ต้องดำลงไปก็เห็นตัวปลา ข้อแนะนำสำหรับการมาเที่ยวที่นี่คือไม่ควรให้อาหารปลาเพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศทางทะเล
 
 
แต่ละเกาะใช้เวลาให้เราเล่นน้ำ ถ่ายรูป ประมาณ 50 นาที ตลอดการเดินทางมีน้ำอัดลม ผลไม้และของว่างให้บริการ ถือว่าเป็นความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวที่จ่ายเงินแล้วก็จบเลย โดยจากการสังเกตพบว่าทุกทัวร์จะมีบริการเหมือนกันหมดและราคาอยู่ในระดับเดียวกันด้วย ใครจะมาเที่ยวที่นี่ก็ลองศึกษาหาข้อมูลได้มีบริษัททัวร์หลายเจ้าให้บริการอยู่ 
 
 
 

สองเท้าก้าวเดินในย่านเมืองเก่า ตามหาสตรีทอาร์ทเมืองภูเก็ต

 
 
หลังจากกลับมาจากเกาะไข่…แดดร่มลมตกถึงเวลาเย็นก็ได้เวลาออกเดินสำรวจย่านเมืองเก่าของภูเก็ต ซึ่งเต็มไปด้วยตึกห้องแถวสไตล์ชิโนโปรตุกิส เรียงรายตั้งแต่ถนนเยาวราช ถนนดีบุก ถนนกระบี่ และ ถนนถลาง กระจายอยู่ตามซอยต่างๆ ความเก่าของตึกและสีสันแบบพาสเทลทำให้เมืองนี้ยังคงเสน่ห์ที่น่าค้นหา ไม่เพียงเท่านั้น ภูเก็ตยังถูกแต้มเติมสีสันด้วยภาพสตีทอาร์ตซึ่งตอนนี้กลายเป็นแลนมาร์คไปแล้วคือภาพของ มาร์ดี้ หรือ Alex Face เด็กสามตาตัวยักษ์ที่ถูกวาดลงบนกำแพง จุดที่เราตามหามีทั้งหมด 3 จุดคือ ซอยรมณีย์,ย่านดาวน์ทาวน์อินน์ เป็นตรอกเล็กๆ อยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ไทหัวและ ธนาคารชาร์เตอร์ (ตอนนี้โดนลบไปแล้ว) 
 
 
หลังจากเดินเที่ยวเมืองแล้วก็หาสาระเข้าหัวกันบ้างด้วยการไปศึกษาความเป็นมาและวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตในพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทหัวจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ชั้น เล่าเรื่องตั้งแต่จีนโล้สำเภามายังภูเก็ตจนก่อร่างสร้างตัวเป็นเมืองในที่สุด ถือว่าเป็นอีกมิวเซี่ยมที่ใครมาถึงแล้วอยากให้ลองมาเยี่ยมชม  
 
 
 
 
 
ถ้าเวลาใครเหลือๆ อยากชวนไปแวะถ่ายภาพที่ร้าน blue elephant ซึ่งตึกมีรูปทรงเป็นอาคารเก่าสองชั้น สวยงามมาก เจ้าของร้านใจดีอนุญาตให้ถ่ายรูปและเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย  
 
 
ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการหาของกินฟินๆแถวถนนภูเก็ตที่ขอบอกได้คำเดียวว่าแซ่บมาก ตามไปอ่านรีวิวของกินในจังหวัดภูเก็ตได้ที่ >>  http://tv.bectero.com/program-detail.php?pml=23745