Muse ส่งพลังเสียงบิดมวนท้อง ในมหากาพย์แห่งความร็อค ‘Muse Live In Bangkok’

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
900 ครั้ง

แชร์โพสนี้

แม้จะผ่านพ้นไปกว่าสัปดาห์แล้วสำหรับคอนเสิร์ตวงร็อคระดับโลก Muse Live In Bangkok แต่เสียงแมตท์ยังคงตราตรึงในโสตประสาทจนถึงวันนี้ งานนี้เป็นการรวมตัวของชาวร็อคครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากจะมีเหล่าคนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวงสล็อต แมชชีน, วงโลโมโซนิก, วงสครับ, วง Black Head , ตูน บอดี้แสลม, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, บอย (Peace Maker), โดม วงแบล็ควานิลลา และ วง Bedroom Audio ยังมีขาร็อคตัวจริงที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง!

 

 

Muse ขนเพลงฮิตมาใส่ใน Setlist บ้านเราแบบไม่ซ้ำกับที่อื่น พร้อมโชว์สำนวนการเล่นกีต้าร์ ที่การกรีดนิ้วในแต่ละครั้งเล่นเอาคนดูหายใจไม่ทั่วท้อง! ประกอบกับโปรดักชั่นที่มีความใส่ใจทุกรายละเอียด สามารถดึงอารมณ์ผู้ชมให้ถึงจุดสุดยอดของดนตรีของพวกเขาได้อย่างไม่ทันรู้สึกตัว วันนี้เราได้เก็บรายละเอียดบรรยากาศในคอนเสิร์ตมาแก้คิดถึงให้ทุกคน!

 

 

Muse เปิดตัวด้วยเพลง ‘Psycho' โดยส่งคุณจ่าหน้าตาคุ้นเคยออกมารับแขก ผู้ชมต่างตะโกน Aye, Sir! ไปพร้อมๆกับเสียงในวีทีอาร์ แมทธิว เบลลามี นักร้องนำ คริสโตเฟอร์ โวลส์เทนโฮล์ม มือเบส และดอมินิค โฮเวิร์ด มือกลอง ปรากฎตัวขึ้นพร้อมเสียงดนตรีสากๆของเพลงดังกล่าว เพียงแค่นี้ทุกคนก็เริ่มกระโดดตามจังหวะเพลง มิวส์เพิ่มความแรงด้วยเพลง ‘Reapers' แมตท์รัวนิ้วหนักๆในท่าชิลๆ พร้อมกวาดสายตาไปยังผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์ เขาวิ่งไปที่เวทีตรงกลาง ก่อนจะโซโล่กีต้าร์เสียงแหลมปรี๊ดบิดไส้ผู้ชม นับเป็นวินาทีที่ทรงพลังมาก

 

 

ก่อนที่จะเริ่มเพลงถัดไป แมตท์กรีดสายกีต้าร์เป็นท่อนสั้นๆอยู่สองสามครั้ง ราวกับจะถามความพร้อมของผู้ชมแทนการสื่อสารด้วยคำพูด เมื่อเห็นว่าผู้ชมให้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี เพลง 'Plug In Baby’ ก็เริ่มต้นขึ้น แมตท์วิ่งออกมาโซโล่ที่เวทีกลาง ก่อนจะปล่อยเสียงแหลมยาวของกีต้าร์ปิดท้ายเพลง

 

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็รัวเพลงเจ๋งๆที่มาจากทั้งอัลบั้มเก่าและอัลบั้มใหม่ ‘Resistance’, ‘Unsustainable’, ‘Dead Inside’, ‘Hysteria’, ‘Citizen Erased’ ผู้ชมในฮอลล์ร่วมกันประสานเสียงท่อนคอรัสกันก้องฮอลล์ได้ทุกเพลง ยิ่งช่วงเพลง ‘Hysteria' ทุกคนปลดปล่อยและกระโดดตามจังหวะเพลงแบบที่ไม่เคยเห็นความเต็มที่ขนาดนี้ในคอนเสิร์ตครั้งไหนในไทยมาก่อน แสงสีสุดอลังการและกราฟฟิคสามมิติสวยงามในจอใหญ่ด้านหลังช่วยเพิ่มอรรถรสและสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ท่อนโซโล่ของทุกเพลงดีงามมาก สร้างความรู้สึกบิดเบี้ยวในลำไส้สุดๆ โซโล่กลองใน 'Dead Inside' ก็แน่นตึ้บ อีกทั้งเสียงแมตท์ที่โหยหวนในเพลง 'Citizen Erased’ ยิ่งปั่นป่วนความรู้สึกมากขึ้นไปอีก

 

 

เหมือนเป็นช่วงพักเบาๆ เมื่อแมตท์หันไปนั่งเล่นเปียโนในเพลงคัฟเวอร์ 'Feeling Good’ ที่มีลูกเล่นด้วยการหยิบโทรโข่งออกมาร้องผ่านไมค์อย่างกวนๆ ตามด้วยคริสโชว์โซโล่เบส และดอมโชว์โซโล่กลอง ผู้ชมปรบมือโห่ร้อง เมื่อทั้งสองเล่นใส่กันแบบไม่มียั้ง

 

 

และแล้วก็ถึงเพลงยอดฮิต ‘Madness' เพียงแค่ดนตรีขึ้น ทุกคนประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกันไปพร้อมๆกับแมตท์ เสียงดนตรีเนิบช้าซึมลึกเข้าสู่โสตประสาท ยิ่งท่อนโซโล่กีต้าร์กับเสียงสูงๆของแมตท์ทำเอาคนดูหลุดเข้าไปในโลกของ Muse ลึกขึ้นไปอีก ก่อนจะตามด้วยเซ็ทเพลงมันส์ที่เป็นจุดพีคของคอนเสิร์ตชุดใหญ่

 

 

แมตท์ส่งเสียงกรีดกีต้าร์ยาวก่อนขึ้นเพลง 'Supermassive Black Hole’ เสียงแหลมๆของแมตท์และเสียงคริสกระซิบ 'Supermassive Black Hole’ ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือไม่ถึงความจงใจปล่อยเสียงตัว S ให้เซ็กซี่ทุกคำเช่นนี้ แมตท์ออกไปโซโล่ตรงกลางเวทีอย่างเมามันส์ และเมื่อถึงเพลง 'Time Is Running Out' ลูกบอลยักษ์สีดำก็ถูกปล่อยให้ลอยเด้งในฝูงชน นาฬิกาในจอด้านหลังเพิ่มความเซอร์เรียลให้กับเพลง ท่อนโซโล่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนหลงอยู่ในเขาวงกตเป็นที่สุด ตอนจบเพลงแมตท์หันพูดภาษาไทยชัดเจน “ผมรักคุณ” เรียกเสียงโห่ร้องได้เป็นอย่างดี

 

 

อีกหนึ่งเพลงบัลลาดยอดฮิต ‘Starlight’ ทุกคนร่วมปรบมือตามจังหวะกันอย่างสุดแขน ผู้ชมร่วมร้องท่อนคอรัสก่อนที่แมตท์จะตะโกนเรียก ‘คัมมอน! ไทยแลนด์!’ เสียอีก ด้านดอมมีการเบาเสียงกลองให้ระหว่างที่ผู้ชมร่วมร้อง ก่อนจะระเบิดจังหวะแรงๆอีกทีก่อนจบเพลง และเป็นที่ฮือฮาเมื่อพวกเขาเล่นเพลง ‘Uprising' แน่นอนว่าทุกคนต้องร่วมกระโดด! แมตท์ชวนปรบมือและเรียกผู้ชมให้ร้องตาม  เขาทั้งกระโดดไปเล่นกีต้าร์ไป ก่อนจะเดินเข้าไปหาดอม และรัวโซโล่กีต้าร์ใส่

 

 

จนมาถึงช่วงอังกอร์ พวกเขากลับออกมาอีกครั้ง แมตท์กระโดดและวิ่งไปทั่วเวทีทั้งที่มือก็เล่นกีต้าร์ไปด้วย โดยเล่นเพลง ‘Mercy’ ที่มีการปล่อยกระดาษสายรุ้งและสโมคแบบท่วมเวทีเมื่อทุกคนถึงจุดพีคของอารมณ์ และเพลง 'Knight of Cydonia' นำด้วยคริสเป่าฮาโมนิก้า ทุกคนทั้งร่วมกระโดดและร้องตามกีต้าร์ริฟฟ์ควบม้าคาวบอยของแมตท์ อีกทั้งร่วมตะโกนท่อนคอรัสกันอย่างกระหึ่มฮอลล์ ประกอบกับซีจีเส้นเหมือนควบม้าอยู่บนดาวอังคารนำผู้ชมสู่จุดสุดยอดของดนตรี ก่อนที่ดอมอัดกลองแรงๆตอนท้าย เป็นการปิดคอนเสิร์ตได้อย่างสวยงาม

 

ชมภาพความประทับใจจาก Muse Live In Bangkok ที่นี่!