“นาดาล-โนวัค” ลงซ้อมทันทีเตรียมหวดแมตช์พิเศษที่ไทย

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
884 ครั้ง

แชร์โพสนี้

โนวัค ยอโควิช และ ราฟาเอล นาดาล สองสตาร์นักหวดระดับโลก เตรียมลงซ้อมทันทีหลังเดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 1 ตุลาคม นี้ เพื่อลงเล่นศึกเทนนิสครั้งประวัติศาสตร์  “Back to Thailand “Nadal VS Djokovic” Presented By CP TRUE วันที่ 2 ตุลาคมนี้ ด้าน  นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ เผยเตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ทั้งแสง สี เสียง พร้อมมอบ “จานเบญจรงค์” ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว ให้เป็นของที่ระลึกแก่ทั่งคู่ และช้อปปิ้งที่ “ดิ เอ็มควอเทียร์” ต่อร่วมลงนามถวายพระพรที่พระบรมหาราชวัง ด้าน นายพีรธน  เกษมศรี ณ อยุธยา จากทรูวิชั่นส์ ดึงมือตัดต่อระดับโลกมาช่วยสร้างความตื่นเต้นในการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกกว่า 200 ล้านครัวเรือน

 

 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2558 เวลา 11.00 น. ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ พร้อมด้วย นายพีรธน  เกษมศรี ณ อยุธยา  หัวหน้าสายงานการพาณิชย์ และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป  จำกัด นายธนกร ดวงมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอเจนซี่ จำกัด และนายวิชย์ สุทธิถวิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนเทอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมของสนามแข่งขันที่มีการปรับปรุงอาคารใหม่ และรายละเอียดในการจัดการแข่งขันเทนนิสรายการพิเศษครั้งประวัติศาสตร์ สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย  “Back to Thailand “Nadal VS Djokovic” Presented By CP TRUE ในวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

 

โดย นายสุวัจน์ ได้เผยถึงความคืบหน้าของกำหนดการต่างๆของนักเทนนิสทั้งสองคน ว่า ยอโควิช หวดมือ 1 โลก จะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 1 ตุลาคม เวลา 9.30 น. ด้วยสายการบิน สวิส อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ เที่ยวบิน LX180 ส่วน นาดาล เจ้าของ แชมป์แกรนด์ สแลม 14 สมัย จะถึงวันเดียวกัน เวลา 9.35 น. ด้วยสายการบิน บริติช แอร์เวย์ เที่ยวบิน BA 9 จากลอนดอน

 

หลังจากนั้นทั้งคู่จะเดินทางเข้าพักที่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท โดยช่วงเที่ยง “เอล มาทาดอร์” ที่มาพร้อมกับ โทนี นาดาล ลุงและโค้ชส่วนตัว จะลงฝึกซ้อมที่สังเวียนจริงกับคู่ซ้อมที่เดินทางมาด้วยทันที เวลา 12.00 – 13.30 น. ส่วน “โนเล” จะลงซ้อมช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยมี 3 นักเทนนิสดาวรุ่งทีมชาติไทย คือ วริศ สอนบุตรนาค, ปรัชญา อิสโร และ ภูริวัฒน์ ฉัตรพัชญ์เจริญ เป็นคู่ซ้อมให้ 

 

พร้อมกันนี้ในวันดังกล่าว ทั้งสองคนจะร่วมแถลงข่าวก่อนเกมที่โรงแรมที่พัก เวลา 15.00 – 15.30 น. ก่อนจะเดินทางไปช้อปปิ้ง ซื้อสินค้าไทย และสินค้าโอท็อป ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ประมาณ 30 นาที และทิ้งท้ายช่วงค่ำด้วยงานเลี้ยง ดินเนอร์ ต้อนรับ จากฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้สนับสนุน ที่โรงแรม เวลา 19.00 – 21.00 น. โดยทั้งคู่ได้เตรียมนำไม้เทนนิสพร้อมลายเซ็นของตัวเอง มาจัดประมูล นำรายได้มอบให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยเช่นกัน

 

ขณะที่ในวันที่ 2 ตุลาคม “โนเล” และ นาดาล จะเดินทางไปร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระบรมหาราชวัง เวลา 10.15 น. ต่อด้วยเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 11.00 – 11.30 น. ก่อนจะรับประทานอาหารกลางวัน และลงซ้อมช่วงบ่าย ซึ่ง หวดชาวสแปนิช จะลงซ้อมก่อนเวลา 16.00 – 17.30 น. ส่วนหวดเซิร์บ จะลงซ้อมต่อเวลา 18.00 – 19.00 น.

 

หลังจากนั้น เวลา 19.00 น. จะเป็นการแข่งขันเทนนิส นัดพิเศษ อำลา ดนัย อุดมโชค ยอดนักหวดชาวไทย ที่จะจับคู่กับ “น้องนก” นพวรรณ เลิศชีวกานต์ ปะทะ “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ กับ “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ในระบบ 9 เกม ก่อนที่จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 20.00 น. ซึ่งจะมีการฉายพรีเซ็นเทชัน และภาพยนตร์สั้น เกี่ยวกับการแข่งขัน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว และเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อเป็นการโปรโมตให้กับประเทศ และเข้าสู่การชิงชัยของ ยอโควิช และ นาดาล ในเวลา 20.30 น. พร้อมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเสด็จเข้าร่วมทอดพระเนตรการแข่งขัน และพระราชทานรางวัลให้กับสตาร์ทั้งสองคน 

 

นายสุวัจน์ ทิ้งท้ายว่า “เราได้จัดทำ จานเบญจรงค์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว พร้อมสลักชื่อทั้งสองคน และคำว่า Back to Thailand ลงไป เพื่อเป็นรางวัลและของที่ระลึกให้กับนักเทนนิสทั้งสองคน ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างดี และทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทั้งคู่ที่ให้ความร่วมมือในการโปรโมตประเทศไทยอย่างเต็มที่ในทุกกิจกรรมที่จัดขึ้น เชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้นานาชาติได้เห็นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แฟนคลับที่เข้ามารับชมในสนามเต็มความจุ 6,500 ที่นั่ง นอกจากจะได้รับชมการแข่งขันแล้ว ยังได้ชมการฝึกซ้อมก่อนเกมของทั้งคู่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากประตูจะเปิดตั้งแต่เวลา 17.00 น. อีกทั้งยังได้รับชมการแสดง แสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้มาตรฐานระดับโลก”

 

ทั้งนี้ อินดอร์ สเตเดียม สังเวียนที่จะใช้ชิงชัยในครั้งนี้ ได้ถูกปรับปรุงรูปโฉมใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันด้วยเช่นกัน โดยจะมีจอแอลอีดีขนาดยักษ์ 2 จอ ทำหน้าที่เป็นสกอร์บอร์ด รายงานผลการแข่งขัน และฉายภาพเปิดตัวนักกีฬา นอกจากนี้ยังมีจอแอลอีดีอยู่รอบคอร์ต เพื่อแสดงลูกเล่นการแสดงต่างๆ รวมถึงทำการปรับปรุงพื้นที่รอบสนาม ตลอดจนห้องสำหรับรับรองนักกีฬาให้ทันสมัย และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น 

 

ด้าน นายพีรธน ได้เผยถึงความพิเศษของการถ่ายทอดสดว่า “รายการนี้เป็นอีเวนท์ที่ยิ่งใหญ่ ทาง ทรูวิชั่นส์ ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งเราเตรียมยกระดับการถ่ายทอดสด ให้ได้ตามมาตรฐานระดับโลก และดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา เพื่อเผยแพร่ให้ต่างชาติได้เห็น เพราะจะมีการถ่ายทอดสดไปเกือบทุกทวีปทั่วโลก นอกจากนี้เราได้นำโปรดิวเซอร์ ไดเร็คเตอร์ จากต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์ในระดับโลก มาร่วมงาน เพื่อจับภาพ ตัดภาพ ให้ได้ภาพที่ดีที่สุดเผยแพร่ไปให้ทั่วโลกได้รับชม รวมถึงนำกล้องที่ใช้ถ่ายภาพ สโลโมชัน มาจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน และเชื่อผู้ชมกว่า 200 ล้านครัวเรือนทั่วโลก จะรับชมแมตช์นี้ด้วยความตื่นเต้นตลอดการแข่งขัน”

 

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปชมการแข่งขันที่สนามสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่องทรูโฟร์ยู (ทรูวิชั่นส์ช่อง 4 กล่องดิจิตอลช่อง 34 ดาวเทียมและเคเบิ้ลช่อง 34) และแบบHD ผ่านช่องทรู เทนนิส เอชดี (ทรูวิชั่นส์ช่อง 670) หรือแอพพลิเคชั่น “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” ได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ในการแข่งขันแมตช์พิเศษในครั้งนี้ ยังได้มีการถ่ายทอดผ่านดาวเทียมไปยังประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน / ไต้หวัน / ตะวันออกกลาง / สเปน / สหรัฐอเมริกา / บราซิล / เม๊กซิโก / อาร์เจนตินา / มาเลเซีย และ สิงคโปร์