เจาะสนามลูกหนังโลก : ผ่านไป 6 นัด แต่ทุกอย่างยังเคว้งคว้าง

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
3,079 ครั้ง

แชร์โพสนี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดฉากมาแล้ว 6 นัด ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จ่าฝูงอยู่ในมือของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ฟอร์มการเล่นของยอดทีม อดีตแชมป์ลีกสูงสุดแห่งเกาะอังกฤษ 18 สมัย อย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสียมากกว่า !?

 

                หงส์แดง ภายใต้การคุมทีมของ “บีร็อด” เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหนุ่มชาวไอร์แลนด์เหนือ เหมือนจะเริ่มต้นฤดูกาลได้ดี เก็บชัย 2 เกมติด เหนือ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ และน้องใหม่ เอเอฟซี บอร์นมัธ ด้วยสกอร์เดียวกัน 1-0 แต่ปัจจุบันพวกเขากลายเป็นทีมที่ไม่ชนะผู้ใดมา 5 นัด ติดต่อกันแล้วในทุกรายการ

 

                นัดที่ 3 ของฤดูกาล การบุกไปเก็บ 1 คะแนนสำคัญจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล 0-0 ดูเหมือนจะดูดีสำหรับหงส์แดง แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น รูปเกมของลิเวอร์พูล ดูดีแค่ในช่วงครึ่งเวลาแรก แต่เมื่อจบ 45 นาทีแรก ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป

 

                การแก้เกมของ “บีร็อด” ดูจะไม่ค่อยเข้าตาแฟนบอลเท่าที่ควร บางครั้งเขาเปลี่ยนตัวผู้เล่นในขัดใจสาวก “เดอะ ค็อป” จริงๆ เข้ากับสโลแกนที่ฮิตกันในโลกโซเชียล ว่า “เล่นดีเปลี่ยนออก เล่นกระจอกเปลี่ยนเข้า”

 

                ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลที่ย่ำแย่ ต้องมองย้อนไปตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ตั้งแต่พวกเขาไร้ซึ่งศูนย์หน้าจอมกัด อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตัดสินใจลัดฟ้าไปอยู่กับ “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า ในลาลีกา สเปน ทำให้หงส์แดงดูเสียศูนย์ไปมาก

 

                การจากไปของซัวเรซ ทำให้ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นภายในทีมอย่างมากมาย หากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ตั้งแต่ที่ไม่มีซัวเรซ หงส์แดงมีการสับเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นภายในทีม ทั้งย้ายเข้า และย้ายออก ราวๆ 20 คนเห็นจะได้ แต่สุดท้ายทีมก็ยังไม่ลงตัวเสียที

 

                แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า ฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เมื่อปี 2013-14 ที่จบด้วยอันดับ 2 ของตาราง ใกล้เคียงกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี เป็นเพราะฟอร์มอันร้อนแรงของ หลุยส์ ซัวเรซ ล้วนๆ ไม่ใช่เพราะแท็คติกอันแยบยลของกุนซืออย่าง “บีร็อด” แต่อย่างใด

 

                มาถึงในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทีมดูดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ดูดร็อปลงไปกว่าเมื่อปีที่แล้วด้วยซ้ำ

 

                ถึงเวลานี้ผ่านไป 6 นัดในพรีเมียร์ลีก ยังไม่รู้อย่างแน่ชัดเลยว่า แผนการเล่นและแท็คติกของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ใช้กับลิเวอร์พูล จริงๆแล้วมันเป็นไปในทิศทางใด

 

                ส่วนมาก “บิ๊กทีม” ที่มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นภายในทีมเยอะแยะมากมาย ล้วนแล้วแต่จะมีอนาคตที่ดูดีขึ้น แต่ไม่ใช่กับลิเวอร์พูล ยิ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์แท้ๆ รับมือทีมรองบ่อนที่พวกเขาผูกปีชนะอยู่ตลอด อย่าง “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ แต่กลับทำได้เพียงผลเสมอเท่านั้น

 

                โดยเฉพาะในครึ่งแรก ต้องบอกเลยว่าฟอร์มของหงส์แดง เข้าขั้น “ห่วยแตก” ได้แต่เคาะไปเคาะมาอยู่กลางสนาม ไม่ก็หน้ากรอบเขตโทษ แต่โอกาสจบสกอร์คู่แข่งแทบไม่มี หนำซ้ำยังจะโดนจังหวะโต้กลับของนอริช เล่นงานอยู่หลายจังหวะเลยทีเดียว

 

                ประตูขึ้นนำ 1-0 ของลิเวอร์พูล ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งเวลาหลัง ไม่ได้มาจากการประสานงานของทีมเลย แต่มาจากความผิดพลาดของผู้เล่นคู่แข่ง ยังดีที่ แดนนี อิงส์ เปลี่ยนให้มันเป็นสกอร์ได้ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็มาโดนตามตีเสมอจากจุดอ่อนของพวกเขา นั่นก็คือลูกตั้งเตะ หรือลูกเซตพรีส นั่นเอง

 

                การทำทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ณ เวลานี้ยังดูไร้ทิศทาง ไร้อนาคตโดยสิ้งเชิง ทั้งในเรื่องของแท็คติกการเล่น และในเรื่องของการแก้เกม สัปดาห์หน้าถ้าพวกเขายังเก็บชัยชนะด้วยการเปิดบ้านรับมือแอสตัน วิลล่า ไม่ได้อีก เก้าอี้ของ “บีร็อด” จะร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

 

                ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 13 ของตาราง มี 8 แต้ม จาก 6 นัด ชนะ เสมอ แพ้ อย่างละ 2 นัด ถึงแม้จะมีแต้มเยอะกว่าแชมป์เก่า เชลซี ก็จริง แต่กับทีม “สิงห์บลูส์” ภายใต้การคุมทีมของยอดกุนซือโจเซ มูรินโญ่ พวกเขาคงไม่เพรี้ยงพร้ำไปมากกว่านี้แล้ว กลับกันทีมอย่าง “หงส์แดง” ภายใต้การคุมทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ดูยังไงก็ยังคงเคว้งคว้าง ไร้หนทางจริงๆ

 

                ดูแล้ว ลิเวอร์พูล ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง หากต้องการกลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็น มิเช่นนั้น “หงส์แดง” อาจจะทำได้แค่เพียงลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรป้า อย่างที่เคยเป็นๆมาในช่วงหลังๆนี้แน่นอน และการกลับไปทวงความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษ ก็ยังต้องรอต่อไปอีกนาน !!!

 

 

ขอบคุณภาพจาก : http://thailand.liverpoolfc.com/

 

เนื้อเรื่องโดย : RNP