กอบกาญจน์ สุดมั่น ไทยคว้าทองโอลิมปิก 2016 ได้แน่

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,590 ครั้ง

แชร์โพสนี้

“มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มั่นใจทวงเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์คืนความสุขให้คนไทยได้แน่นอน วางแผนสู้ ศึก “รีโอเกมส์” เต็มที่ เชื่อ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ สร้างสมาคมกีฬาให้เข้มแข็ง ต่อยอดถึงขวัญกำลังใจนักกีฬาให้คว้าชัยกลับบ้านได้แน่นอน


ตามที่สิงคโปร์และมาเลเซีย มีแนวคิดจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2028 หรือ คศ.2032 โดยทั้ง 2 ประเทศมีความเห็นสอดคล้องกันว่าการจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์เพียงประเทศเดียวคงเป็นไปได้ยาก แต่หากมีการร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เชื่อว่าโอกาสน่าจะสดใสมากขึ้น ประกอบกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ได้ปฏิรูปกฎการเสนอตัวให้ 2 ประเทศสามารถร่วมกันเสนอตัวได้ และผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ เพื่อให้ประเทศที่ยังไม่เคยจัดมาก่อนได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพ นั้น


เกี่ยวกับเรื่องนี้ “มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังต้องรอดูการศึกษารายละเอียดและสถานการณ์ความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศอีกครั้ง เพราะระยะเวลายังอีกไกล แต่เชื่อว่าหากจะเดินหน้าเอาจริงในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ อาจต้องหารือกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อเป็นข้อมูลเบื้อนต้น ก่อนจะดำเนินการในขั้นอื่นๆ ต่อไป ในส่วนของประเทศไทยจะขอร่วมเสนอเป็นเจ้าภาพด้วยหรือไม่ คงต้องดูความเหมาะสมเสียก่อน เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ใช้เงินมหาศาล และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐบมนตรี (ครม.) ด้วย


เจ้ากระทรวงกีฬา กล่าวต่อว่า สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ที่นครรีโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในปีหน้า ตนได้วางแผนเตรียมแนวทางและสนับสนุนนักกีฬาอย่างเต็มที่ โดยกำหนดกลุ่มกีฬา 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มเป้าหมายเหรียญรางวัล 4 ชนิด ได้แก่ มวยสากลสมัครเล่น, เทควันโด, ยกน้ำหนัก, แบดมินตัน/ 2.กลุ่มศักยภาพ 3 ชนิด ได้แก่ ยิงเป้าบิน, ยิงปืน, จักรยาน (บีเอ็มเอ็กซ์)/ 3.กลุ่มทั่วไป 14 ชนิด ได้แก่ เทนนิส, กรีฑา, มวยปล้ำ, วินด์เซิร์ฟ, เรือใบ, เทเบิลเทนนิส, กอล์ฟ, ยูโด, ว่ายน้ำ, ฟันดาบ, ขี่ม้า, จักรยาน, เรือพาย, ยิงธนู และ4.กลุ่มกีฬาทีม 2 กีฬา ได้แก่ วอลเลย์บอล, ฟุตบอล ส่วนการสนับสนุนแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1.การเตรียมความพร้อมแข่งขันรอบคัดเลือก, 2.การส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันรอบคัดเลือก, 3.การเตรียมนักกีฬาที่คว้าโควต้ารอบคัดเลือกแล้ว โดยจะเก็บตัวฝึกซ้อมระยะเวลา 8-12 เดือน และวางแผนจะส่งไปเก็บตัวซ้อมปรับตัวที่ประเทศบราซิลก่อนเริ่มชิงชัย


อย่างไรก็ตาม จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการบริหารงานด้านกีฬา เพราะการจะประบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่นักกีฬาเก่งอย่างเดียวเท่านั้น สมาคมกีฬาต้องเข้มแข็งด้วย จึงจะส่งเสริมให้นักกีฬามีกำลังใจ มีแรงฮึกเหิม ทำให้ตนเชื่อว่าทัพนักกีฬาไทยจะสามารถทวงเหรียญทองในศึก “รีโอเกมส์” มาได้อย่างแน่นอน หลังจากครั้งที่แล้ว ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้ โดยคว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

 

ขอบคุณภาพจาก : www.siamrath.co.th