รีวิว Mission Impossible มันส์ไม่ยั้ง สายลับของจริงกลับมาแล้ว !

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
1,916 ครั้ง

แชร์โพสนี้

รีวิว Mission Impossible มันส์ไม่ยั้ง
สายลับของจริงกลับมาแล้ว ! 

 

 

Mission Impossible  Rogue nation การกลับมาอีกครั้งของหนังสายลับสุดคลาสิคที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยในภาคนี้ยังคงอำนวยการสร้างและนำแสดงโดย ทอม ครูซ ในบทบาทของ อีธาน ฮันท์ สายลับจากองค์กร IMF ซึ่งแน่นอนว่าความเก๋า ความบ้าของหนังเรื่องนี้ยังคงอัดเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นเสี่ยงตายตามสไตล์ป๋าทอม อยู่เหมือนเดิม แต่ที่มีมากกว่าภาคก่อนๆ คือความแพรวพราวของวิธีการใหม่ๆที่ชวนทำให้คนดูลุ้นระทึกตลอดทุก 5 นาที เรียกได้ว่าความยาว 2 ชั่วโมง 10 นาที หนังทำออกมาได้คุ้มค่าสุดๆ
 
Mission Impossible 5   ไม่เชิงเป็นการสานต่อเรื่องราวจาก ghost protocol ซะทีเดียว ซึ่งเป็นข้อดีของหนังที่หากใครไม่ได้ตามภาคก่อนๆหน้านี้ก็เข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องทำการบ้านมาเยอะเหมือนหนังแฟรนไชส์เรื่องอื่นๆ โดยเล่าเรื่องคู่ขนานระหว่างภารกิจของอีธาน ฮันท์ สายลับจาก IMF ที่ต้องการเปิดโปงองค์กรซินดิเคท ซึ่งเป็นหน่วยงานลับที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายระดับชาติ ทั่วโลก ซึ่งเบาะแสที่จะนำไปสู่การตามหาหัวหน้าของซินดิเคท อีธานต้องร่วมมือกับ อิลซ่า ฟอสต์ (รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน) สายลับสองหน้าผู้กุมความลับปริศนาที่พลิกไปพลิกมาตลอดเวลา ทำเอาคนดูเดาไม่ถูกเลยว่าเธอจะมาไม้ไหน
 
ในขณะที่ วิลเลี่ยม แบรนต์ (เจเรมี่ เรนเนอร์)หัวหน้าหน่วย IMF ก็กำลังเผชิญวิกฤตกับการถูก CIA แทรกแซงร้องขอให้ศาลสูงสั่งยุบหน่วย ทำให้บทบาทและภารกิจของ IMF ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แถมหัวหน้าหน่วย CIA ยังต้องการตัวอีธาน ฮันท์ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นสายลับอันตรายด้วย เรื่องราว 2 ปมนำไปสู่ความมันส์แบบเต็มเหนี่ยวของหนังแอ็คชั่นสุดคลาสสิค มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว การคลายปมและเบาะแสชวนสงสัยที่ทำให้คนดูคาดไม่ถึง
 
 
 
ความเก๋าอย่างหนึ่งของ Mission Impossible คือการเก็บความคลาสสิคแบบดั้งเดิมได้หมด ไม่ว่าจะเพลงธีมแบบดั้งเดิม ฉากเสี่ยงตาย การไล่ล่าไปตามสถานที่ต่างๆเหมือนหนังสายลับทั่วไปคือใช้โลเคชั่นเปลืองมาก จากสหรัฐอเมริกา ไปลอนดอน มอร็อคโค ออสเตรีย ปารีส คิวบา มากันเต็มแต่มันทำให้เราได้บรรยากาศมากขึ้น เห็นความอลังการเว่อร์วังของสถานที่ต่างๆ
 
สิ่งที่น่าจะทำให้เห็นชั้นเชิงของศิลปะภาพยนตร์มากที่สุด คือ ฉากไล่ล่ากันในโรงโอเปร่าเฮาส์ ของกรุงเวียนนา ที่เบื้องล่างเป็นการแสดงโอเปร่าสุดคลาสสิค พร้อมออร์เคสตร้าเต็มวง ในขณะที่เหนือเวทีเป็นการสู้กันระหว่างอีธาน ฮันท์กับสายลับจากซินดิเคท โดยมีเสียงดนตรีเบื้องล่างเป็นซาวด์ประกอบได้อย่างลุ้นระทึก เหมือนเราได้ชมงานอาร์ตสองอารมณ์ในฉากเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีมุกสายลับแบบดั้งเดิมคือการอำพรางตัวเปลี่ยนใบหน้า  การแฝงตัวเข้าสู่องค์กรลับ ซึ่งก่อนหน้านี้จะจำได้เลยว่าทุกมุกที่ว่ามีการจิกกัดมาแล้วก่อนหน้านี้  ในหนังสายลับเรื่อง SPY ทำให้เรายิ้มเบาๆว่านี่คือความเก๋าเหนือกาลเวลาแม้มุกจะเก่า แต่ก็เล่นได้ไม่เบื่อ
 
สำหรับในระบบ 4DX ถือว่า Mission Impossible 5 สร้างออกมาได้มันส์มาก แม้จะไม่มีเอฟเฟ็กต์สามมิติแต่ความมันส์ไม่ได้ลดลงเลย ซึ่งตั้งแต่เปิดเรื่องที่จะพาเราเหินฟ้าเกาะประตูเครื่องบินไปกับป๋าทอม ครูซ ราวกับว่าทะยานขึ้นไปบนฟ้าจริงๆ เพราะพัดลมยักษ์เหนือที่นั่งของเราเป่ากระหน่ำมาเต็มที่ และที่นั่งค่อยๆปรับเอนแหงนขึ้นได้ฟิลแบบเต็มๆ ความมันส์ยังไม่หยุดเท่านั้นเพราะทุกฉากที่มีการปะทะไม่ว่าจะตัวต่อตัว หมัดต่อหมัด เราก็จะรับรู้ถึงแรงกระแทกได้ด้วยเอฟเฟ็กต์พนักพิงที่กระแทกเราเบาๆ หรือฉากยิงปืนที่มีเอฟเฟ็กต์ลมเป่าข้างหูราวกับกระสุนเพิ่งจะวิ่งเฉี่ยวไปจริงๆ ฉากดำน้ำในอุโมงค์ยักษ์ซึ่ง 4DX ก็ไม่พลาดที่จะปล่อยละอองน้ำตามออกมาด้วย