12 องค์กรสื่อเว็บไซค์ชื่อดังของไทยแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” หวังยกระดับการโฆษณาบนเว็บไซต์ให้มีมาตรฐาน ตอบสนองเป้าหมายของแบรนด์และตรงใจผู้บริโภคเป็นครั้งแรกในอาเซียน ยกทัพเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เผยข้อมูลคนเข้าเว็บไซต์ชื่อดังกว่า 7.5-10 ล้านเครื่องต่อวัน-เข้าชมผ่านมือถือเกินครึ่ง รัฐคาดช่วยดึงเม็ดเงินโฆษณาในประเทศเพิ่ม

          วันนี้ที่ห้างสรรพสินค้า ShowDC ถนนพระราม 9 องค์กรสื่อดิจิทัลประเภทเว็บไซต์รวม 12 องค์กร ได้แก่ bectero.com และ Bec-Tero radio จากเครือบีอีซี-เทโร, Dek-d.com เว็บไซต์ด้านการศึกษา, Kapook.com เว็บข่าวและสาระบันเทิง, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, Manager Online ในเครือผู้จัดการ, mthai.com ในเครือโมโน, เนชั่นทีวี ในเครือเนชั่น, OTV เว็บไซต์รวบรวมรายการโทรทัศน์, pantip.com เว็บบอร์ดชื่อดัง, หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ในเครือโพสต์ พับบลิชชิ่ง, Sanook.com ในเครือเทนเซนต์, หนังสือพิมพ์สยามกีฬา และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” (Online Premium Publishing Association – OPPA) ซึ่งเป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ในประเทศไทย

          บรรยากาศภายในงาน มีนายอำนาจ ตรีนารัตน์ Senior Vice President จากเครือเนชั่นกล่าวต้อนรับ จากนั้น ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร จากเครือบีอีซี-เทโร และนายโชค วิศวโยธิน จากกระปุกดอทคอมกล่าวถึงความเป็นมาของสมาคมฯ โดยระบุว่า OPPA ก่อตั้งจากการที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมโฆษณาบนสื่อออนไลน์ในประเทศไทย ที่แต่เดิมมีการเก็บข้อมูลการใช้งานแยกกัน ใช้เทคโนโลยีที่ต่างกัน ให้มาใช้มาตรฐานเดียวกัน และมีการนับจำนวนผู้ใช้งานผ่าน Cookies เดียวกันในทุกเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้การเก็บข้อมูลจำนวนผู้ใช้และพฤติกรรมการบริโภคสื่อออนไลน์มีความแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้สมาคมฯ มีการนำเทคโนโลยีด้านการโฆษณาจากบริษัทชื่อดังอาทิ D.A.Consortium, Innity, IPONWEB ฯลฯ มาเพื่อทำให้การลงโฆษณาตรงกับความต้องการของแบรนด์และตรงใจผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเน้นความปลอดภัยของแบรนด์และตำแหน่งที่จะถูกมองเห็นได้ดีที่สุด ซึ่งมีการทดลองระบบมากว่าครึ่งปี

          ดร.โชคชัยและนายโชคกล่าวต่อว่า จากการทดลองเก็บจำนวนผู้ใช้งานโดยใช้คุกกี้ (Cookies) พบว่าเว็บไซต์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ มีผู้เข้าชมกว่า 7.5-10 ล้านคุกกี้ต่อวัน แบ่งเป็นการเข้าชมผ่านโทรศ้พท์มือถือมากที่สุดเกือบร้อยละ 79 ตามมาด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) กว่าร้อยละ 15 และแทบเล็ตอีกกว่าร้อยละ 7 ซึ่งการเจาะกลุ่มผู้บริโภคจะกว้างขวางขึ้น โดยไม่ใช้แค่ข้อมูลพื้นฐาน แต่จะเก็บพฤติกรรมการใข้งานและบริบทมาวิเคราะห์ ซึ่งในระยะต่อไปก็จะมีการพัฒนาต่อ อาทิ จะเน้นพัฒนาโฆษณาแบบ Programmatic, การทำ Ad Series, สร้างความปรารถนาในการซื้อของลูกค้า จนตัดสินใจซื้อ เป็นต้น ซึ่งเอเจนซี่ หรือภาคเอกชนที่ต้องการซื้อสื่อโฆษณาก็จะต้องพัฒนาโฆษณาให้มีความสร้างสรรค๋ เน้นการทำตลาดแบบบูรณาการ และวางแผนงบประมาณ

 

          จากนั้นมีการเปิดตัวเทคโนโลยีที่จะมีการนำมาใช้งานเพื่อการลงโฆษณาบนเว็บไซต์ในเครือ OPPA ซึ่งมี Mr.Michihiko Suganum Head of Global Business จากบริษัท D.A.Consortium, Mr. Phang Chee Leong ซีอีโอจาก Innity, Mr. Ryan Pestano ผู้จัดการทั่วไประดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจาก IPONWEB, Mr. Alok Gurtu ผู้จัดการระดับภูมิภาคด้านผลิตภัณฑ์สื่อของ Aol, ณัฐชา ไพรอนันต์ Senior Publisher Account Manager จาก Taboola และ Mr. Clement Gosse ผู้อำนวยการด้านช่องทางการขายส่วนภูมิภาคเอเชียของ Brightcove ร่วมนำเสนอ ตัวอย่างเทคโนโลยีดังกล่าว เช่น ระบบเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้งาน, แพลตฟอร์มในการลงโฆษณาด้วยตนเองสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือ SMEs (Self-Serve Platform), ระบบคัดเลือกเนื้อหาเพื่อแนะนำผู้ใช้แบบเฉพาะราย เป็นต้น โดยผู้บริหารกลุ่มนี้ระบุว่า ประเทศไทยยังต้องการคลังข้อมูลสำหรับการนำเสนอโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเทรนด์การเข้าถึงโฆษณาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เน้นไปที่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล รวมทั้งระบุว่าเนื้อหาที่กำลังได้รับความสนใจในยุคนี้คือเนื้อหาประเภทวิดีโอ ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ข้อความหรือภาพนิ่ง

ในช่วงท้ายมีการเสวนาเกี่ยวกับอนาคตของการโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทย โดยนายชัยดิษฐ์ หุตานุวัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้า ShowDC มองว่าสื่อออนไลน์เป็นจุดสำคัญที่จะเชื่อมการโฆษณาไปยังสื่อแบบ on-air และ on-ground ด้านนางสาวพัชรี เพิ่มวงศ์อัศวะ จากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ระบุว่าเทคโนโลยีของ OPPA จะช่วยให้การ Targeting มีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นเส้นทางการใข้งานของผู้ใช้ต่อเนื่องจากเว็บหนึ่งไปสู่อีกเว็บหนึ่ง

 

ส่วนตัวแทนภาครัฐคือนายเอกพงศ์ หริ่มเจริญ จากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า ภาครัฐยินดีส่งเสริมภาคเอกชนในการรวมตัวกัน เพราะเม็ดเงินด้านการโฆษณาออนไลน์จะได้อยู่ในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาครัฐอาจต้องทำงานในระดับมหภาค ซึ่งจะมีแต้มต่อในการเจรจากับต่างประเทศ และนายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ จากเว็บไซต์พันทิปก็เชื่อว่า การเน้นความปลอดภัยของแบรนด์ที่ OPPA ให้ความสำคัญจะทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสินค้าที่ลงโฆษณาและภาพลักษณ์ของเว็บไซต์คอนเทนต์ต่างๆ ดีขึ้นทั้งสองฝ่าย

ในช่วงท้าย ผู้บริหาร 12 องค์กรสื่อสมาชิกสมาคมฯ ได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมงาน อาทิ เรื่องหลักเกณฑ์ในการรับสมาชิกของ OPPA เพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการในภายหลัง แต่เบื้องต้นเน้นการพิจารณาจากการมีเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกัน, การเน้นความปลอดภัยของแบรนด์และเรื่องลิขสิทธิ์ รวมถึงการมีช่องทางพิเศษสำหรับเอเจนซี่ที่อาจมีลูกค้าเป็นจำนวนมากให้เข้าใช้งานระบบของ OPPA ได้ในรูปแบบที่แตกต่าง เป็นต้น

การแถลงข่าวครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของการยกระดับมาตรฐานวงการโฆษณาออนไลน์ไทย และเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่ภาคเอกชนสามารถรวมตัวกันสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ www.oppathailand.com ต่อไป

Comments

comments