รายการเปิดหูเปิดตา นำภาพความประทับใจกลับมาให้ชมกันอีกครั้ง เปิดหูเปิดตารวมเรื่องมหัศจรรย์วัดไทย ที่แรกจะพามาเที่ยว จ.บึงกาฬ ชมความแปลกของธรรมชาติ แก่งอาฮง หรือจุดชมสะดือแม่น้ำโขงวัดอาฮงศิลาวาส ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนจึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” 
 
 
ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย
 
 นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “บั้งไฟพญานาค” ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก
 
 
 
 
 
 
 
       จากนั้นพาชมสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่ อุทยานหินงามอาฮง ที่อาฮงศิลาวาส มีหินก้อนใหญ่ยักษ์มหึมาวางเป็นแนวกลุ่มก้อนเรียงรายสวยงามราวโลกวรรณคดีในป่าหิมพานต์ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ก้อนหินขนาดยักษ์นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 90 กว่าไร่ โดยมีตำนานเล่าขานของที่มามากมายนับตั้งแต่สมัยพุทธกาล 

 

 

           สถานที่ต่อมาพาไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทย กับ พระธาตุกลางน้ำ หรือ พระธาตุหล้าหนอง ที่ จ.หนองคาย  ซึ่งเป็นพระธาตุที่มีขนาดใหญ่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เนื่องจากแม่น้ำเชี่ยวกรากจึงกัดเซาะตลิ่งจนพระธาตุพังลงในแม่น้ำ ทำให้ปัจจุบันองค์พระธาตุจมอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งไทย 180 เมตร องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำ  องค์พระธาตุมีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมเท่าที่ยังเหลืออยู่เป็นชั้นฐานเขียง 2 ชั้น
 
 
           นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เคารพสักการะของชาวหนองคายอย่างมาก ทางจังหวัดจึงได้สร้างพระธาตุองค์จำลองขึ้น มาบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงและบรรจุชิ้นส่วนองค์พระธาตุจากองค์เดิมไว้ภายใน และยังเป็นการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งด้วย
 
 
 
               อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งคือ วัดพระธาตุกลับหัว จ.ลำปาง โดยเงาพระธาตุนั้น หากมองกันตามหลักวิทยาศาสตร์ถือเป็นปรากฏการณ์หักเหของแสงในหลักการเดียวกลับกล้องรูเข็ม แต่ที่ลำปางนี่แปลกตรงที่มีเงาพระธาตุปรากฏให้ชมกันหลากหลายรูปแบบทั้งเงาพระธาตุหัวกลับ หัวตั้งเงาพระธาตุซ้อนชั้น จะแปลกแค่ไหน ตามไปชมกันเลย 
 
 
             อีกหนึ่งสถานที่ท่ามกลางบรรยากาศกำลังเย็นสบายๆ มีเรือนไม้ขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน เหมือนรีสอร์ทสวยงาม แต่ที่จริงแล้ว คือ วัดถ้ำเขาวง วัดทรงศาลพระภูมิ หากมองดีๆ ก็จะเหมือนกับศาลพระภูมิขนาดยักษ์ตั้งอยู่ เป็นหนึ่งใน Unseen in Thailand  
 
 
             ตัววัดเป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบเรือนไทย 4 ชั้น ใต้ถุน เป็นลานเอนกประสงค์ มีร้านขายของต่างๆ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นวิหาร มีรอยพระพุทธบาทจำลองให้เราไว้สักการะ สำหรับชั้นที่ 3 นั้นจะเป็นหออริยบูชาไว้สำหรับการปฏิบัติธรรม ส่วนอุโบสถจะอยู่ในชั้นที่ 4  
 
 
             ปิดท้ายที่ จ.บึงกาฬ พาชมความงามของธรรมชาติและความสงบที่ ภูทอก หรือ วัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บรรไดเวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็ม จากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของ ยอดภูทอก 
 
 
 
 
 

Comments

comments