แชร์โพสนี้

จากกรณี นางแคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ได้ออกมาเปิดเผยว่า  เศรษฐกิจของฮ่องกงปีนี้คาดว่าจะหดตัวลง อันเป็นผลพวงมาจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่ยืดเยื้อมายาวนานถึง 5 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวและการค้าปลีกที่ได้รับการผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่หดตัวลง โดยจะมีการประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของปีนี้ในวันที่ 31 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากปรากฎว่าตัวเลขจีดีพีเติบโตติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกันจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฮ่องกงกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

อย่างไรก็ตามได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือราว 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ภาคการคมนาคม ภาคการท่องเที่ยว และภาคค้าปลีก รวมทั้งจะมีมาตรการบรรเทาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจตามมาอีกด้วย

ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวทำให้รัฐบาลฮ่องกงต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกมีขึ้นเมื่อเดือนส.ค.ในวงเงิน 1.91 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (2.4 พันล้านดอลลาร์) และครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วงเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ขณะที่ นายโจชัว หว่อง อดีตแกนนำม็อบร่มเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ถูกตัดสิทธิ์ในการลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น หลังจากที่ยื่นใบสมัครตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งฮ่องกงได้ให้เหตุผลว่า นายโจชัว หว่อง ขาดคุณสมบัติที่ระบุไว้ตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีแนวคิดที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ในเวลาต่อมา นายหว่อง ได้แถลงข่าวระบุว่า การที่ตนนั้นถูกตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มีเหตุผลทางการเมืองที่ชัดเจน โดยเป็นคำสั่งจากฝั่งรัฐบาลปักกิ่งที่พยายามแทรกแซงสถานการณ์การเมืองฮ่องกง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีท่าทีตอบกลับจากฝั่งรัฐบาลจีนแต่อย่างใด และหลังจากนี้ ตนจะเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ต่อศาลอย่างถึงที่สุด อีกทั้งยังยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้มีแนวคิดสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนตามที่ถูกกล่าวหา

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33