แชร์โพสนี้

ภายใต้การบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่ชนะเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งในขณะนั้นกระแสของทรัปม์ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ทั้งฝ่ายที่ส่งเสริมและไม่สนับสนุน โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

สำหรับนโยบายหลักที่แสดงออกชัดเจนตั้งแต่ในช่วงเลือกตั้งคือ “อเมริกาต้องมาก่อน” เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะขาดดุลการค้ากับประเทศอื่นๆ มีมูลค่าการส่งออกน้อยกว่ามูลค่าการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีน เม็กซิโก และประเทศสหภาพยุโรป

หลังจากนั้น ทรัมป์จึงเริ่มออกมาเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียของตนเอง และแถลงการของรัฐบาลว่าจะไม่ปล่อยให้สหรัฐฯขาดดุลการค้าอีกต่อไป จะต้องมีมาตรการเข้ามาควบคุมที่ชัดเจน โดยจะเริ่มที่จีนก่อนเป็นประเทศแรก เพราะจีนเป็นประเทศคู่แข่งทางการค้ารายใหญ่ จึงทำให้เกิดการประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าประเภทเหล็ก และ อลูมิเนียม ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้เจาะจงว่าจะเก็บเฉพาะจากจีนเพียงอย่างเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์ ก็ได้ประกาศตั้งกำแพงภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 25% ส่วนในทางฝั่งจีนก็ได้ออกมาตอบโต้ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯร้อยละ 15 – 25 ด้วยเช่นกัน

และในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ต่างพากันเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหาข้อยุติกัน จนได้ข้อสรุปให้มีการเจรจาทำข้อตกลงสุดท้ายภายใน 90 วัน ซึ่งถ้าหากไม่สำเร็จ สหรัฐฯจะกลับมาจัดเก็บภาษีจากจีนเหมือนเดิมคือ 25%

แต่ยังไม่ถึง 90 วัน ทรัมป์ก็ได้ประกาศขึ้นบัญชีดำกับหัวเว่ย บริษัทอุปกรณ์ไอทีรายใหญ่ของจีน โดยการตั้งข้อกล่าวหาว่า ทางหัวเว่ยได้ขโมยข้อมูลสำคัญ ผ่านการติดตั้งชิพดักจับข้อมูลและส่งกลับไปให้รัฐบาลจีน พร้อมทั้งกดดันให้บริษัทในสหรัฐฯและพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น Google และบริษัทผลิตชิพ ARM ออกมาแบนหัวเว่ย

แน่นอนว่าทางฝั่งจีนก็ได้ออกมาตอบโต้กลับทันที โดยการขอปกป้องสิทธิของผู้ประกอบการและต่อสู้ตามหลักกฎหมาย ยืนยันในจุดยืน Made in China ส่วนหัวเว่ย ก่อนหน้านี้ ได้เตรียมแผนผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีของตนเองมาก่อนอยู่แล้ว อย่าง ระบบปฏิบัติการหงเหมิง หรือ ฮาร์โมนี่โอเอส เพื่อมาใช้แทน Android และการผลิตชิพประมวลผลเอง ซึ่งในส่วนนี้เอง ทางรัฐบาลจีนเอง ได้สนับสนุนปรับลดภาษีครึ่งหนึ่งให้กับบริษัทในจีน กระตุ้นให้เกิดการผลิตภายในประเทศมากขึ้น

ล่าสุด ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนได้คลี่คลายลง หลังจากที่ทรัมป์ ได้เลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน จากวันที่ 1 ตุลาคม ไปเป็นวันที่ 15 ตุลาคม ส่วนทางฝั่งจีน ก็ประกาศยกเว้นสินค้าจำนวน 16 รายการจากสหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปี

รองคณบดีจากมหาวิทยาลัยเหรินต้า , คณบดีสถาบันและรองศาสตรจารย์ประจำคณะวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยฟูตัน จัดทำชุดหลักสูตรออนไลน์ จำนวน 3 สูตร ที่วิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับข้อพิพาท เศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งสาเหตุที่ออกหลักสูตรนี้ เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าส่งผลกระทบกับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

ทั้งสามหลักสูตร จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ในปัจจุบัน รวมถึงยังได้รวบรวมคำถามพร้อมคำตอบต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้เรียน และในเนื้อหายังได้วิเคราะห์ถึงความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันของจีน กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก โดยประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง วิทยาศาตร์ และเทคโนโลยี พร้อมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

โดยอาจารย์ที่จัดทำหลักสูตรนี้ขึ้นมา มีประสบการณ์การศึกษาถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมาอย่างยาวนาน และมีมุมมองใหม่ นำเสนอให้กับผู้สนใจทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ จนมีชื่อเสียง และมีผู้ติดตามจำนวนมาก

นอกจากนี้ อาจารย์ยังมีวิธีเล่าเรื่องให้น่าสนใจ มีการเปรียบเทียบเทียบให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33