แชร์โพสนี้

เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่าน แอปเปิ้ลได้จัดแถลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รุ่นล่าสุด ที่เมืองคูเปอร์ติโน ซานโฮเซ่ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในตระกูล iPhone 11 Series ที่ถูกจับตามองตั้งแต่มีกระแสข่าวหลุดออกมา และการเปิดตัวในครั้งนี้ มี iPhone อยู่ด้วยกัน 3 รุ่น 3 โมเดล ก็คือ ไอโฟน11 , 11โปร และ 11โปรแมกซ์ โดยไฮไลท์ของการผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นในครั้งนี้ก็คือ การอัปเกรดชิพประมวลผลเป็น A13 Bionic ที่ทางแอปเปิ้ลรับรองว่า เป็นซีพียูที่ช่วยประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลกเหมาะสำหรับงานทุกประเภท กล้องถ่ายภาพที่ให้ความคมชัดผ่านการใช้ HDR อัจฉริยะปรับสมดุลภาพให้เด่นชัดมากขึ้น รวมไปถึงชิพกราฟิกแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่าง IPad Gen7 , Apple Watch Series 5 และ Apple TV+ เป็นระบบสตรีมมิ่งคอนเทนต์ของทางแอปเปิ้ลเอง เปิดตัวในครั้งนี้อีกด้วย

เริ่มกันที่ไอโฟน 11 ที่ต่อยอดมาจากรุ่น XR มีสีให้เลือกอยู่ด้วยกัน 6 สี คือสีม่วง, เขียว, เหลือง, ดำ, ขาว และแดง ดีไซน์ตัวเครื่องเหมือนกับรุ่น XR เป็นจอ LCD ขนาด 6.1 นิ้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือ กล้องหลัง 2 ตัว คือเลนส์ไวด์ กับ อัลตร้าไวด์ มีความละเอียด 12 ล้านเมกะพิกเซล เหมาะกับการถ่ายภาพที่เน้นมุมกว้าง ประมวลผลด้วย AI ให้ภาพที่ได้เป็นธรรมชาติสมจริงมากที่สุด

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพแบบ Portrait Mode ที่สามารถถ่ายสิ่งของ หรือ สัตว์เลี้ยงที่นอกเหนือจากบุคคล ให้มีความชัดลึก ชัดตื้นได้อีกด้วย รวมถึงฟังก์ชั่น Night Mode เพิ่มแสงให้อัตโนมัติเมื่ออยู่ในที่มืด และยังมีโหมดถ่ายวิดีโอ ที่เรียกว่า QuickTake เพียงแค่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพค้างไว้ จะเปลี่ยนไปถ่ายวิดีโอทันที

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ถ่ายสโลวโมชั่นด้วยกล้องหน้า เรียกว่า Slofie (สโลฟี่) มีความละเอียด Full HD 120 เฟรมต่อนาที และแบตเตอรี่ยังได้รับการอัปเกรดให้ยาวนานขึ้น 1 ชั่วโมง รองรับ Dual Speaker เหมือนเดิม ทำให้มีเสียงดังเกือบ 200% และรองรับระบบเสียงแบบรอบทิศทาง Dolby ATMOS ที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ ส่วนในเรื่องของความจำนั้น มี 3 ขนาดด้วยกัน คือ 64GB, 128GB และ 256GB สำหรับราคาเปิดตัวไอโฟน 11 ในประเทศไทย เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 24,900 บาท

ส่วนอีก 2 รุ่นถัดมา คือ ไอโฟน 11 โปร และ 11โปรแมกซ์ ทั้งสองรุ่นใช้จอแบบ Super Retina XDR เป็นจอสมาร์ทโฟนที่ให้ความสว่างและความละเอียดสูงสุดในขณะนี้ แต่รุ่น 11โปรมีจอขนาด 5.8นิ้ว ซึ่งเล็กกว่ารุ่น 11 เพียงเล็กน้อย ส่วนรุ่น 11โปรแมก อยู่ที่ 6.5 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในสามรุ่นนี้ ในด้านของตัวเครื่อง มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ ใช้วัสดุสแตนเลสสตีลและกระจก มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีทอง เทาสเปซเกรย์ เงิน และสีเขียวมิดไนท์กรีน

ส่วนชิปประมวลผล จะใช้ชิป A13 Bionic และยังมีสมองกล Machine Learning พร้อมกับขนาดแบต ใช้สนทนาได้ยาวนานเกือบ 30 ชั่วโมง

และไฮไลท์ที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอยสำหรับ สอง รุ่นนี้ คือกล้องด้านหลัง 3 ตัว มีทั้ง ไวด์ , อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้ เหมาะกับการถ่ายภาพมุมกว้างและมุมแคบ เพื่อเก็บรายละเอียดของภาพระยะไกลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถถ่ายในสภาพแสงน้อย รวมถึงบันทึกภาพวิดีโอแอ็คชั่นได้อย่างคมชัด และยังมีเทคโนโลยี Deep Fusion เป็นการถ่ายภาพ 9 ภาพ แล้วนำมาปรับปรุงแสงในแต่ละจุด เพื่อสร้างภาพใหม่ด้วย Matchine Learning ให้สมจริงและสวยที่สุด

ส่วนความจุของทั้ง สอง รุ่น มี 3 ขนาด คือ 64GB, 256GB และ 512GB(กิกะไบต์) สำหรับราคาเริ่มต้นวางจำหน่ายในประเทศไทย ไอโฟน 11โปร เริ่มต้นที่ประมาณ 35,900 บาท และ 39,900 บาทสำหรับไอโฟน 11โปรแมกซ์

ถัดมา แอปเปิ้ลได้เปิดตัวบริการ Apple Arcade ซึ่งเป็นหมวดหมู่ใหม่ใน App Store จะคอยอัปเดทเกมหลากหลายแนวจากผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก ซึ่งบริการนี้จะเปิดให้บริการกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ในราคาเดือนละประมาณ 150 บาท

และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในครั้งนี้ คือ iPad OS Generation 7 โดยรุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกับหน้าจอ 10.2 นิ้ว เร็วกว่าคอมพิเตอร์ PC ถึง 2 เท่า และยังสามารถเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด รวมถึง Apple Pencil รองรับกับ iPad OS , Apple Arcade และ Apple TV+ ได้อีกด้วย สำหรับราคาเปิดตัวในไทยอยู่ที่ประมาณ 10,900 บาท

ถัดมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง เหมาะกับไลฟสไตล์คนรักสุขภาพ Apple Watch Series 5 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Always On เป็นฟีเจอร์แสดงข้อมูลสำคัญในขณะที่ล็อกหน้าจอไว้ รุ่นนี้มาพร้อมกับกับเข็มทิศ และฟีเจอร์วัดความสูง ไว้ใช้ในขณะที่ปืนเขา และยังมีฟีเจอร์โทรขอความช่วยเหลือได้ทั่วโลกอีกด้วย สำหรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 13,400 บาท

ปิดท้ายด้วย Apple TV+ บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ที่ผลิตขึ้นโดยแอปเปิ้ลเอง ซึ่งให้บริการมาบ้างแล้วในบางประเทศ ทางแอปเปิ้ลประกาศว่า จะเริ่มให้บริการในกว่า 100 ประเทศ วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะนำเสนอทั้งรายการ ซีรีส์ สามารถเข้าชมผ่านแอป บน Apple TV, iPhone, iPad, Mac และ iPod Touch หรือเข้าดูออนไลน์ได้ที่ tv.apple.com ในราคาเดือนละประมาณ 99 บาท

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33