แชร์โพสนี้

หลังจากช่วงเทศกาล ถือศีลอด หรือ รอมฎอน ผ่านพ้นไป ชาวมุสลิมทั่วโลกก็จะมีการเฉลิมฉลอง วันอีด หรือ วัน Eid al-Fitr (อีดิ้ลฟิรตริ) ซึ่งถือว่า เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดเทศกาล โดยในช่วง 2-3 วัน ผู้คนจะพากันแต่งกาย ด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่และตกแต่งบ้านเมืองอย่างสวยงาม ก่อนที่พากันไปประกอบพิธีละหมาดมัสยิดในช่วงเช้า แล้วเดินทางกลับบ้าน พื่อไปเยี่ยมพบปะพูดคุยกับญาติพี่น้องและรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งถือเป็นวันหยุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวมุสลิม เพราะครอบครัวที่แยกย้ายไปอยู่ต่างที่จะได้กลับมาพบปะกันอีกครั้ง 

สำหรับบรรยากาศการเฉลิมฉลองในทั่วโลก เป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มกันที่ อินโดนิเซีย ซึ่งถือเป็นชาติมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชาชนจำนวนหลายพันคน ต่างพากันออกมาทำพิธีละหมาดกลางแจ้ง บนถนนในกรุงจาร์กาตา เมืองหลวงของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดถนน เพื่อให้ประชาชนออกมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยพิธีดำเนินไปถึงช่วงสาย ก่อนที่จะแยกย้ายและเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย 

ส่วนที่ปากีสถาน ภายในกรุงการาจี เมืองหลวง ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของอย่างคึกคัก ผู้เป็นพ่อแม่ต่างพากันแต่งตัวให้กับลูกๆ ออกมาเดินเล่น ใช้เวลากับครอบครัว และที่บริเวณชายแดนระหว่าง 3 ประเทศ อินเดีย, ปากีสถาน และบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่ทหารได้แลกเปลี่ยนขนมหวานแก่กัน ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเนื่องในโอกาสวันอีด ซึ่งเป็นวันแห่งความสุข ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างกันอีกด้วย

ที่อินเดีย ชาวมุสลิมทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ที่อาศัยอยู่ใน กรุงนิวเดลี ออกมาทำพิธีละหมาดที่มัสยิดจามา และมัสยิดในรัฐ Srinagar (ศรีนากา) และ Gorakhpur (โคราคะปุระ) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ และตะวันออกของประเทศ โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมีการจับมือ และกอดแสดงมิตรภาพที่ดี ของชาวมุสลิมด้วยกัน  

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นวันแห่งความสุข แต่บริเวณพื้นที่พิพาทในรัฐชัมมู และแคชเมียร์ ยังเกิดความขัดแย้ง เมื่อมีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาประท้วง ขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ และเดินขบวนไปตามจุดต่างๆ พร้อมถือป้ายสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล จนเกิดการปะทะเป็นวงกว้าง

ขณะที่ศรีลังกา ทางการต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ภายในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงของประเทศ เพื่อเฝ้าระวังเหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ให้กับชาวมุสลิมที่เดินทางออกมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในช่วงเช้า เนื่องจากกังวลจะเกิดเหตุวางระเบิดซ้ำรอยในวันอีสเตอร์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

ฝั่งตะวันออกกลาง ประธานาธิบดี Mahmoud Abbas (มาห์มูด อับบาส) ของปาเลสไตน์ เดินทางมาร่วมพิธีที่มัสยิด ในเขต West Bank ก่อนที่จะเดินทางไปวางพวงมาลา ที่หลุมฝังศพของนายยัสเซอร์ อาราฟัต อดีตผู้นำปาเลสไตน์ 

ขณะที่อัฟกานิสถาน ประธานาธิบดี Ashraf Ghani (อัชราฟ กานี) ประกาศอภัยโทษ และปล่อยตัวนักโทษจำนวน 887 คน เช่นเดียวกับที่ โมร็อกโก ประเทศทางแถบแอฟริกาเหนือ ที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัดมัดที่ 6 ได้พระราชอภัยโทษบรรดาเหล่านักโทษ จำนวนกว่า 755 คน ด้วย 

ข้ามมาที่ยุโรป ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในกรุงมอสโก ของรัสเซียจำนวนหลายหมื่นคน เดินทางมาประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิดกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งชาวรัสเซียจะเรียกวันนี้ว่า Uraza Bayram (อูราซา เบย์รัม) โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดถนนโดยรอบมัสยิด และเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนรัสเซีย ถือเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นอันดับ 2 รองจากศาสนาคริสต์ 

ขณะที่ประเทศในฝั่งแอฟริกาอย่างซูดาน ที่ถึงแม้สถานการณ์ประท้วง ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศคนต่อไป และมีทีท่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดตัวเลขของผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นไปที่ 60 ราย จากเหตุที่ทหารใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม แต่ประชาชนบางส่วนก็เดินทางออกมาทำพิธีละหมาดกลางแจ้ง เพื่อสวดมนต์ให้กับผู้เสียชีวิตด้วยเช่นเดียวกัน

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33