‘ยูเอ็น’ เตือน พืช-สัตว์ 1 ล้านสายพันธุ์ เสี่ยงสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า จากฝีมือมนุษย์

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
127 ครั้ง

แชร์โพสนี้

 

สหประชาชาติ ออกโรงเตือน พืชและสัตว์ ราว 1 ล้านสายพันธุ์ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากฝีมือมนุษย์ แต่ยังไม่สายเกินไปหากเริ่มลงมือเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศให้ดีขึ้น

จากรายงานประเมินสภาพธรรมชาติโลก หรือ Global Assessment ของสหประชาชาติ ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญเกือบ 150 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก ทำงานเก็บรวบรวมข้อมูลจากบทความ 1 พัน 500 หน้า ตลอด 3 ปี ถูกนำมาเปิดเผย ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการสากล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการ หรือ ไอพีบีอีเอส ครั้งที่ 7 ที่กรุงปารีส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า พืชและสัตว์ ราว 1 ล้านสายพันธุ์ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งเป็นอัตราของการก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบนิเวศที่รวดเร็วกว่าเดิมหลายร้อยเท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ล้านปีที่ผ่านมา

นายรอเบิร์ต วัตสัน หัวหน้าคณะวิจัยของ ไอพีบีอีเอส ระบุว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งหมายถึง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งต่อระบบนิเวศ และความเป็นอยู่ของมนุษย์ แต่จากการกระทำของมนุษย์ที่ละเลยการป้องกับระบบชีวภาพ ส่งผลให้พืชและสัตว์บนโลก ราว 1 ล้านสายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ร้อยละ 40 ปะการัง ร้อยละ 33 และ 1 ใน 3 ของสัตว์ทะเล กำลังเผชิญกับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

สำหรับสาเหตุที่ทำให้โลกเผชิญกับภาวะเสี่ยงที่จะมีการสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์ ดังกล่าว จากฝีมือมนุษย์ ที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดน้อยลง โดยการทำเกษตรเชิงอุตสาหกรรม การตัดไม้ การทำประมงและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นตัวการที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลายอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ บวกกับมลพิษทางอากาศ และทางทะเล และอีกอย่างที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลก หลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการปฎิรูปการทำการเกษตร, ผลิตพลังงาน หรือเหมือง ที่จำเป็นจะต้องรักษาระบบนิเวศของโลกเอาไว้ และยังไม่สายเกินไปที่จะลงมือทำ ด้าน อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไข หากยังต้องการให้โลกที่สวยงามอยู่กับลูกหลานต่อไป

ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้ออกมาขานรับทันที หลังจากที่ได้ร่วมประชุมกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานศึกษาและออกมาเตือนความเสียหายความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเขา จะทำงานเพื่อหามาตรการใหม่ เช่น เพิ่มขนาดพื้นที่ธรรมชาติ จัดเก็บภาษี และจัดหางบประมาณ เพื่อนำมาใช้ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ เขายังต้องการให้สหภาพยุโรป ช่วยส่งเสริมเกี่ยวกับการเงินสนับสนุนการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน และว่า นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสามัญของอียู ในการประชุมรอบหน้า และจะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุม จี 7 ซึ่งฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปีนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ล่าสุดที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาอาร์คติก ระดับรัฐมนตรี 8 ชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองโรวานีมี ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ เมื่อวานนี้ การประชุมจบลงโดยไม่มีปฎิญญาร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกตามธรรมเนียม เมื่อสหรัฐฯปฎิเสธที่จะลงนามในปฎิญาณร่วมกัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการประชุมที่ไม่มีการลงนามปฎิญาญร่วมกัน ตั้งแต่ปี 2539

โดยนาย ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าประชุมครั้งนี้ ได้แสดงถึงความวิตกกังวล เกี่ยวกับคำในปฎิณาณ ในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้การประชุมวันสุดท้ายต้องปรับเปลี่ยนงาน จากที่ต้องลงปฎิญญาร่วมกันมาเป็นการลงนามแถลงการณ์ร่วม ที่จะยังยึดมั่นในสันติสุข การมีเสถียรภาพ และความร่วมมือกันในอาร์กติก และมีการมอบธงให้กับไอซ์แลนด์ ที่จะเป็นประธานสภาอาร์คติก ในปีถัดไป

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33