นาซ่าเผย ‘โลกร้อน’ ขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ส่งผลสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง

โพสโดย
โลกยามเช้า
วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
692 ครั้ง

แชร์โพสนี้

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และ องค์การบริหารมหาสมุทและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) เผยข้อมูลวิเคราะห์ที่พบว่า 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 19 ในขณะที่เมื่อปี 2561 นับว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่ปี 2423 ขณะที่ปี 2559 เป็นปีที่ร้อนที่สุดจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ต่อด้วยปี 2560 และ 2558 ตามลำดับ

จากการศึกษาพบว่าโลกไม่เคยมีอุณหภูมิสูงขึ้นต่อเนื่องเท่ากับในปัจจุบัน ตั้งแต่ประมาณ 3 ล้านปีก่อน เช่นเดียวกับการที่ไม่เคยพบว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึงประมาณ 25 เมตร ซึ่งผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เห็นได้ชัดที่สุดจากปีที่ผ่านมา คือสภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งไฟป่า, พายุเฮอร์ริเคน, น้ำท่วม

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากยืนยันว่าโลกที่ร้อนขึ้นเป็นผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวน เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร และทำให้อุณหภูมิขั้วโลกแปรปรวนอย่างสุดขั้ว ชี้ให้เห็นว่าแผ่นน้ำแข็งขั้้วโลกจะเป็นตัวสำคัญในการบ่งชี้สภาพอากาศของโลกในอนาคต และเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าทั่วโลกควรหาวิธีหยุดยั้งอณหภูมิที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ต้องการให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรง ที่จะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้เผยว่า ก่อนหน้านี้มนุษย์ได้เคยทำให้โลกเย็นลงมาก่อนแล้ว ระบุว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนในสหรัฐฯ ช่วยเวลาเดียวกันกับการล่าอณานิคมของชาวยุโรป การเกิดโรคระบายเมื่อปี 1986 ที่ส่งผลให้คนล้มตายราว 55 ล้านคน เป็นช่วยที่อุณหภูมิเย็นลง ทำให้เกิดสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า Ritter Ice Age เนื่องจากก่อนหน้านั้นมนุษย์ที่ย้ายถิ่นฐานมายังสหรัฐฯ ได้ทำการเกษตรโดยการปลูกพืชใหม่เป็นจำนวนมาก และแม้เมื่อพวกเขาล้มตายไปแล้ว พืชและต้นไม้เหล่านี้ยังคงมีชีวิตรอดและอุดมสมบูรณ์ขึ้น จนกลายเป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นอย่างดี

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33