แชร์โพสนี้

วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี นอกจากจะตรงกับวันรัฐธรรมนูญของไทยแล้ว ยังตรงกับวันสิทธิมนุษยชน (Human Rights Day) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของโลกที่จัดตั้งขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อปี 2491 (ปีนี้ครบรอบ 70 ปี) ซึ่งเป็นช่วงที่ทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 

โดยการจัดตั้งวันนี้ขึ้นมา มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึง สิทธิ เสรีภาพ และ ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ รวมถึง ส่งเสริมให้ผู้คน อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ปราศจากการแบ่งแยก 

แต่ในปีนี้ ดูเหมือนในหลายๆ ประเทศในเอเชีย ยังคงประสบปัญหา ด้านสิทธิมนุษยชนอยู่มาก ประชาชนในบางประเทศ จึงใช้โอกาสวันสำคัญนี้ เพื่อออกมาเรียกร้องสิทธิของตัวเอง 

เริ่มต้นกันที่ มาเลเซีย ที่ประเด็นของเชื้อชาติและศาสนา เป็นเรื่องอ่อนไหว เนื่องจาก ประชากรในประเทศ แบ่งออกเป็นหลายเชื้อชาติ ทั้ง จีน อินเดีย และ มาเลย์ดั้งเดิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ในประเทศและ ได้รับสิทธิต่างๆ มากกว่าชนกลุ่มน้อยมาโดยตลอด 

แต่ภายหลังจากที่ นาย มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่มีตัวแทนจากชนกลุ่มน้อยเขาร่วมในคณะบริหาร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ชาวมาเลย์ดั้งเดิม จึงรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในสิทธิของตนเอง เนื่องจาก เกรงว่าชนกลุ่มน้อยในคณะบริหารนั้น จะปฏิรูปสิทธิต่างๆ ที่ชาวมาเลย์เคยได้ ให้เท่ากับชนกลุ่มน้อยที่เหลือ

โดยก่อนหน้านี้ ประชาชนชาวมาเลย์ราว 500,000 คน ได้วางแผนออกมาร่วมชุมนุม ที่จตุรัส เมอร์เดกา ในกรุงกัวลาเปอร์ เพื่อต่อต้านที่ทางนายกฯ มหาเธร์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายน ถึงความตั้งใจ ที่จะให้สัตยาบัน อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination – ICERD) แต่การประท้วงดังกล่าว กลายเป็นขบวนเฉลิมฉลองแทน เนื่องจาก เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางนายกฯ มหาเธร์ ได้ออกมาประกาศว่า จะยังไม่ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังมีประชาชนอีกราว 3,000 คน ที่ไม่เห็นด้วย กับความไม่เท่าเทียมนี้ ได้รวมตัวประท้วงกันในเมืองเปตาลิง จาย่า โดยพวกเขาให้ความเห็นว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย ควรได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันทุกคน ฉะนั้น การตัดสินใจของรัฐบาลครั้งนี้ จึงไม่ถูกต้อง 

ซึ่งทางนายกฯ มหาเธร์ ได้ออกมาประกาศเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอนุญาตให้จัดการชุมนุมได้ เพราะเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ก่อความวุ่นวาย หรือ ความรุนแรงใดๆ ต่อส่วนรวม

ส่วนทางด้านฟิลิปปินส์เอง มีการประท้วง เช่นกัน เพื่อแสดงความไม่พอใจ ต่อนโยบายกวาดล้างยาเสพติด ของปธน.Rodrigo Duterte ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 5,000 คน 

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวฟิลิปปินส์หลายพันคน ร่วมเดินขบวนประท้วง โดยผู้ประท้วงเผารูปจำลองของประธานาธิบดี ดูเตอร์เต ที่วาดออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยศิลปินภายในประเทศ และ ตามกำหนดนั้น จะมีการจัดงานขึ้นในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนนโยบายที่ก้าวร้าว และ รุนแรงนี้ ใหม่อีกครั้ง โดยเลือกใช้ วันสิทธิมนุษยชนสากล เป็นจุดเริ่มต้น อีกครั้ง 

ส่วนที่อินเดีย ประเทศที่ถือว่า ยังคงมีความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มชนอยู่บ่อยครั้ง ได้ออกมาประกาศว่า ประชาชนควรให้ความสำคัญ กับ ทหารมากขึ้น เนื่องจาก ขณะนี้ส่วนใหญ่ มองว่า ทหารอินเดีย โจมตีชาวแคชเมียร์โดยไร้เหตุผล ทำให้มีนักสิทธิมนุษยชน ออกมากล่าวโจมตี และ ปกป้องชนกลุ่มน้อย และ ละเลย สิทธิ ความสำคัญ หน้าที่หลัก ของทหารเหล่านี้

ซึ่งทางพรรคประชาชนอินเดีย ได้ออกมาแย้งว่า การโจมตีดังกล่าว เป็นการปราบปรามผู้ก่อการร้าย ที่มีอาวุธ เนื่องจาก ทหารเอง ก็จำเป็นต้องป้องกันตนเอง และ ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ เช่นกัน ขณะเดียวกัน เมื่อฝ่ายทหาร ถูกโจมตีกลับบ้าง กลับไม่ได้รับการปกป้อง หรือ เอ่ยถึงใดๆ จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน  

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33