แชร์โพสนี้

สหรัฐฯ และจีน ตกลงระงับการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า เป็นเวลา 90 วัน หลังจากจีนตกลงที่จะซื้อสินค้าจากอเมริกาเพิ่ม นอกจากนี้แผนต่อไป ปธน.ทรัมป์ ยังเล็งที่จะสร้างข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นอีกด้วย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาวิเคราะห์ถึงสิ่งต่อไปที่จะเกิดขึ้น หลังสหรัฐฯ ระงับสงครามการค้ากับจีนชั่วคราว

ถือเป็นอีกเรื่องน่ายินดี สำหรับการประชุมของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลก (G20) ณ กรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา หลังจากทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และ ปธน.สี จิ้น ผิง ของจีน ได้บรรลุข้อตกลง ระงับการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศ เป็นเวลา 90 วัน

ซึ่งข้อตกลงนี้ เกิดจากทางจีนตั้งข้อเสนอว่า จะลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ,พลังงานอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นจำนวนมากจากสหรัฐฯ เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ และเพื่อลดช่องว่างทางการค้าแบบทวิภาคี 

โดยก่อนหน้าการประชุม G20 ในช่วงเดือนกันยายน ทาง ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศว่า ทางสหรัฐฯ พร้อมเดินหน้าแผนขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีน เป็นจำนวนเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ ขยับอัตราภาษี เป็นร้อยละ 25 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562

อย่างไรก็ตาม การหารือนอกรอบ ของทั้ง 2 ผู้นำเศรษฐกิจโลก ลุล่วงไปด้วยดี แต่มีข้อแม้ว่า ในช่วง 90 วัน ที่ยุติสงครามการค้านี้ ทางจีนจะต้องหารือกับทางสหรัฐฯ เพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการทำข้อตกลงการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ , การป้องกันการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา , อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ , และข้อตกลงอื่นๆ โดยหากยังไม่สามารถตกลงกันได้ ทางสหรัฐฯ จะเพิ่มกำแพงภาษี จาก 10 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งเป็นอัตราปัจจุบัน) เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ตามแผนเดิมที่ได้แจ้งไว้

นอกจากประเด็นทางการค้า ทั้ง 2 ผู้นำ ยังได้หารือเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆ เช่น วิกฤตการณ์ โอปิออยล์ (opioid) สารเคมีในยาแก้ปวด ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ในสหรัฐฯ โดยทางจีน ได้ยืนยันว่า จะควบคุมผลิตภัณฑ์ยาในประเทศ ให้ดีขึ้น เพื่อสกัดกั้น การใช้สารสังเคราะห์อันตรายชนิดนี้ รวมถึง การที่สหรัฐฯ ได้แสดงความขอบคุณ ต่อบทบาทของจีน ในการช่วยผลักดัน ให้เกิดข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์ ในเกาหลีเหนือ ด้วย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายราย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การระงับสงครามภาษีชั่วคราวของสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนเป็นการแสดงความใจกว้าง ของ ปธน.ทรั้มป์ ครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการเริ่มต้น ของสงครามเย็นครั้งใหม่ ก็เป็นได้ เนื่องจากมาตรการการคว่ำบาตร , การกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง  และการพยายามเพิ่มกำแพงภาษี ที่สหรัฐฯกำลังปฏิบัติกับจีน ค่อนข้างใกล้เคียงกับเรื่องราวสงครามเย็น ระหว่างสหรัฐฯ และ รัสเซีย

ซึ่งเราอาจต้องติดตามต่อไปว่า ภายใน 90 วันนี้ ทางจีน จะสามารถบรรลุข้อตกลงต่างๆ ที่กล่าวไว้ในข้างต้น ตามที่สหรัฐฯ เรียกร้อง ได้หรือไม่ เพราะหากทางจีนเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าว เป็นการเอาเปรียบ ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ที่ข้อตกลงนี้จะถูกฉีกทิ้ง และนำไปสู่สงครามเย็นครั้งใหม่ได้

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง นอกจากการระงับสงครามการค้า ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แล้ว ปธน.ทรัมป์ ยังเล็งที่จะสร้างข้อตกลงทางการค้าใหม่ กับทางญี่ปุ่นเพิ่มเติม 

ซึ่งทางนักวิเคราะห์ คาดว่า ประเด็นข้อพิพาททางการค้า ที่สหรัฐต้องการคลี่คลายนี้ เกิดจากทาง ปธน.ทรัมป์ ต้องการจัดการกับความไม่สมดุลทางการค้า เพราะหลังจากที่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ภายใต้นโยบาย”America First”ทำให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ กับหลายประเทศ รวมทั้ง เม็กซิโก และ ประเทศในเอเชีย นั่นคือ ญี่ปุ่น 

ทำให้การจัดการ กับความไม่สมดุลทางการค้า กับประเทศเหล่านี้ ถือเป็นวาระสำคัญที่สุด ของการเลือกตั้งปธน.สมัยหน้า ที่จะมีขึ้นในปี 2563 เพื่อเรียกคะแนนความนิยม ของพรรครีพับลิกัน ที่สูญเสียเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งล่าสุด กลับคืนมา

ซึ่งคาดว่า ทางคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ จะแก้ไขโดยการขยายตลาดรถยนต์ ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น พร้อมกับการเล็ง ที่จะผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ชาวญี่ปุ่น ขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ เพื่อลดการส่งออกจากญี่ปุ่น มายังสหรัฐฯ และสร้างงานให้กับชาวอเมริกัน เพิ่มขึ้นด้วย 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33