แชร์โพสนี้

องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty) เรียกคืนรางวัลสูงสุดที่เคยมอบให้กับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ของเมียนมา ขณะที่ประชาชนชาวเมียนมาออกมาปกป้องนางซูจี ประกาศไม่ต้องการรางวัลดังกล่าว 

องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) เพิกถอนรางวัลเกียรติยศสูงสุด หรือ”ทูตแห่งความดี”(Ambassador of Conscience Award) ที่เคยมอบให้นาง อองซาน ซู จี เมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่เธอ ยังคงถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพัก ก่อนที่รัฐบาลทหาร จะสั่งปล่อยตัวเธอจากการกักบริเวณ ในอีก 1 ปีต่อมา ถือเป็นการเพิกถอนรางวัล ต่อจากทางแคนาดา ที่ได้ออกมายกเลิก การเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ ของนางซูจี เมื่อเดือนที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ นางซูจี เคยได้รับการยกย่อง และ ชื่นชมจากทั่วโลก ในฐานะนักสู้เพื่อเสรีภาพ ผู้ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจเผด็จการของรัฐบาล เมียนมา ตลอดระยะเวลาที่เธอ ถูกกักบริเวณในบ้านพัก นานกว่า 15 ปี การต่อสู้ที่ยาวนาน ยังทำให้เธอเคยได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 2534 อีกด้วย

โดยทาง เคท อัลเลน (Kate Allen) ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากล ในกรุงลอนดอล สหราชอาณาจักร ได้ออกมาประกาศว่า เหตุผลที่ทาง แอมเนสตี้ เรียกคืนรางวัลคืนจากนาง ซูจี เนื่องจาก ผิดหวังที่เธอไม่เคยแสดงออกถึงบทบาท ในการปกป้องชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา รวมถึง ยังกล่าวหาว่า ชาวโรฮิงญา เผาที่อยู่ของตนเอง และ ออกมากุเรื่องว่า พวกเขาถูกทหารชาวเมียนมาข่มขืน 

ยังมีประเด็นของความรุนแรง ที่ทั่วโลกเรียกว่า”การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”หลังชาวโรฮิงญา ต้องหลบหนีจากการถูกกองทัพปราบปราม ไปพึ่งพิงบังคลาเทศ เป็นจำนวนมากถึง 720,000 คน แต่นางซูจี ก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด 

นอกจากกรณี ชาวโรฮิงญา แล้ว เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นางออง ซาน ซูจี ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการกระทำที่ไร้ซึ่งเสรีภาพ หลังเธอออกคำสั่งจับกุมนักข่าว สำนักข่าว REUTERS 2 คน หลังจากทั้งคู่เข้าสืบสวนกรณี เหตุสังหารหมู่ชาวมุสลิมโรฮิงญา 10 คน โดยกองกำลังรักษาความมั่นคง และ ชาวพุทธท้องถิ่นในรัฐยะไข่ ยิ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความยุติธรรม และ เสรีภาพในเมียนมา ถดถอยลงเป็นอย่างมาก

ซึ่งความนิ่งนอนใจ และ เพิกเฉยต่อวิกฤติชาวโรฮิงญา ของนางซูจี ตลอด 15 เดือนที่ผ่านมานี้ ทำให้ทางแอมเนสตี้ ตัดสินใจว่า ควรนำรางวัลอันทรงเกียรติ ที่เคยมอบให้กับนาย เนลสัน แมนเดลา ก่อนหน้านี้ คืน เพราะนางซูจี ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะถือครองรางวัลนี้ ต่อไป
 
ภายหลังจากที่ประชาชน และ เจ้าหน้าที่ชาวเมียนมา ได้ทราบข่าวการยึดคืนรางวัล หลายฝ่ายได้ออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อปกป้องที่ปรึกษาแห่งรัฐ ว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการรางวัลใดๆ อีกทั้งยังกล่าวว่า นางซูจี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในเมียนมานั้น ได้รับการปฏิบัติอย่าง”ไม่เป็นธรรม”จากแอมเนสตี้ เนื่องจาก การกระทำดังกล่าว ของกองกำลังทหารเมียนมานั้น เป็นการปกป้องตัวเอง ต่อการโจมตีจากกองกำลังชาวโรฮิงญา

ขณะที่ ทางด้านสหรัฐเอง ก็ได้ออกมาแสดงความกังวล ต่อการอพยพกลับเมียนมา ของชาวโรฮิงญาจากค่ายในบังคลาเทศ ที่จะมีขึ้นรอบแรกในวันพรุ่งนี้ เนื่องจาก ยังคงเกรงว่า สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย และ ความปลอดภัยต่างๆ ยังไม่เหมาะสม สำหรับการย้ายกลับ 

ส่วนทาง กลุ่มชาวโรฮิงญา ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยของบังคลาเทศบางส่วน ที่ทราบว่า ตนอาจจะต้องถูกส่งตัวกลับไปยังเมียนมานั้น เมื่อวานนี้ ได้มีการหลบหนีออกจากค่ายผู้ลี้ภัย เนื่องจาก ไม่ต้องการที่จะกลับไปเจอความรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ 

ด้าน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ก็ได้ออกมาเสนอแนวทางความคิดเห็นว่า ชาวโรฮิงญาที่จะต้องเดินทางกลับเมียนมา ควรได้รับทราบเงื่อนไข และ สวัสดิการ รวมถึง ความปลอดภัยต่างๆ เพื่อที่จะให้เขาสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ว่า จะเลือกเดินทางกลับไปยังเมียนมา หรือไม่ 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33