แชร์โพสนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูล ช่วงปีงบประมาณ ระหว่างปี 2559/2560 จนถึงเดือน มีนาคมที่ ผ่านมา พบว่า เด็กญี่ปุ่นในระดับชั้นประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย มีอัตราการฆ่าตัวตายมากถึง 250 ราย (สูงกว่าปีที่แล้ว 5 ราย) ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2529 (32 ปีก่อน)   

สถิติการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่น ของปีที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย คือ จากปัญหาภายในครอบครัว 31 ราย , ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเรียนในอนาคต 33 ราย , การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน 10 ราย ส่วนนักเรียนอีก 140 คน ไม่สามารถระบุสาเหตุ หรือ แรงจูงใจได้ เนื่องจากเด็กที่เสียชีวิตไม่ได้เขียนบันทึก หรือจดหมายลาทิ้งไว้ 

ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของญี่ปุ่น เผยว่า ในปี 2559 รัฐบาลญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนนโยบาย ต้องการลดอัตราการฆ่าตัวตายของประเทศลงให้ได้ 30% ภายในปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่เยาวชน เช่น การจ้างที่ปรึกษาให้นักเรียน สำหรับทุกโรงเรียนประถมศึกษา และ มัธยมศึกษาตอนต้น รวมถึง การเปิดตัวสายด่วน ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ตัวเลขการฆ่าตัวตายของคนมั่วไปในญี่ปุ่น ลดลงมาอยู่ที่ 21,321 ราย ในปี 2560 จากที่เคยสูงถึง 34,427 ราย ในปี 2546

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีมาตรการป้องกันการฆ่าตัวตายออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการฆ่าตัวตายของเยาวชน หรือ วัยรุ่น ญี่ปุ่น ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง จนเป็นสาเหตุ การเสียชีวิต อันดับต้นๆ ของเยาวชนในประเทศ

ซึ่งสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยรายงานข้อมูล การฆ่าตัวตายของเยาวชนญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2515-2556 ที่พบว่า วันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ของเด็กญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการฆ่าตัวตาย ในหมู่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากที่สุด 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่า ชาวญี่ปุ่น มักเลือกที่จะฆ่าตัวตาย เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก เนื่องจาก ในญี่ปุ่น การฆ่าตัวตาย มีความหมายแตกต่างจากกลุ่มในประเทศตะวันตก ที่นับถือศาสนาคริสต์ ทำให้การฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น ไม่ถือเป็นเรื่องบาป แต่กลับถูกมองว่า เป็นวิธีการรับผิดชอบต่อสังคม และ ขออภัยจากสังคม (เห็นได้จากกประวัติศาสตร์ของประเทศ ในกลุ่มซามุไรนั่นเอง) 

ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวเสริมว่า วัฒนธรรมกลุ่ม ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่น ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎ และมีความคิดเห็น เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งหมายความว่า ทุกคนที่มีความแตกต่าง หรือ ไม่ปฏิบัติตามกฎ จะถูกแบ่งแยก และ กลายเป็นเป้าหมายในการถูกรังแก เช่น นักเรียนทุกคนในโรงเรียน จะต้องมีระดับการเรียนไล่เลี่ยกัน ใครที่ตามเพื่อนไม่ทัน ก็จะถูกเพ่งเล็งทันที 

นอกจากนี้ นาย โยชิโมโตะ ทาคาฮาชิ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัย สึคุบะ ยังเผยว่า เยาวชนญี่ปุ่น ในยุคปัจจุบันจำนวนมาก ไม่ได้รับการสนับสนุน จากครอบครัวอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวเหมือนแต่ก่อน ทำให้สถาบันครอบครัว อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชุด เด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง และ ถูกแบ่งแยกมาจากโรงเรียน จึงรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ

ไม่เพียงแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ประสบปัญหาการฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่น ยังมี ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ก็เป็นหนึ่งประเทศ ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าญี่ปุ่น ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก ที่มีผู้เสียชีวิต 26.9 รายต่อ 100,000 คนในปีที่ผ่านมา 

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะในหลายพื้นที่ ในภูมิภาคนี้ ยังมีทัศนคติไม่ดี ต่อการรักษาภาวะซึมเศร้า หรือ การช่วยเหลือในวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยลดการฆ่าตัวตายได้

โดยเราทุกคนสามารถช่วยกันดูแล หรือ ลดอัตราการฆ่าตัวตายได้ โดยเริ่มจากการสังเกตุคนใกล้ตัวว่า มีภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนแปลง หรือ แปรปรวนหรือไม่ พร้อมทั้งเปิดใจรับฟังปัญหาของคนกลุ่มนี้ ก่อนที่จะแนะนำให้พวกเขา ปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการรักษาสภาพจิตใจที่ถูกต้องต่อไป 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33