แชร์โพสนี้

พรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน ต่างหาเสียงในโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งกลางเทอม โดยสงครามการค้า ภาษี การย้ายถิ่นฐาน คือ 3 ประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจสำหรับผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่ผลโพลก่อนวันเลือกตั้งจาก NBC และ Wall Street Journal เผยพรรคเดโมแครตนำรีพับลิกันอยู่ 7%

6 พฤศจิกายนเป็นวันที่ประชาชนชาวอเมริกัน จะต้องออกไปใช้สิทธิ์ ในการเลือกตั้งกลางเทอม ที่จะบ่งบอกความนิยม ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่ามกลางการหาเสียงอย่างเข้มข้น ในช่วงโค้งสุดท้าย ระหว่างสองผู้นำพรรคใหญ่ อย่าง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรค รีพับลิกัน และ อดีต ปธน.บารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต ที่ต่างเดินสายช่วยสมาชิกพรรคหาเสียงในหลายรัฐ อย่างต่อเนื่อง

การเลือกตั้งกลางเทอมนี้ จัดขึ้น ในช่วงที่ ปธน.ดำรงตำแหน่งบริหารประเทศ ครบ 2 ปี (จากวาระเต็ม 4 ปี) โดยจะมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา บางส่วน ซึ่งการเลือกตั้งกลางเทอมนั้น จะเป็นการชิงที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่ง , วุฒิสภา 35 ที่นั่ง และยังเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการของ 36 รัฐ อีกด้วย

โดยตลอดระยะเวลาการหาเสียงที่ผ่านมา ทาง ปธน.ทรัมป์ ได้ชูนโยบาย ต่อต้านผู้อพยพเข้าเมือง เพื่อตอกย้ำนโยบาย”American First”ที่เขาได้ใช้หาเสียง เมื่อครั้งก่อนเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อปี 2559

ส่วนด้านอดีต ปธน.โอบามา ได้ออกมาประณาม นโยบายของพรรคฝ่ายตรงข้าม ที่ยิ่งสร้างความแตกแยกให้กับประชาชน พร้อมแสดงความกังวล เกี่ยวกับกฎหมายประกันสุขภาพ ที่กำลังจะถูก ปธน.ทรัมป์ ยกเลิก

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงมองว่า ชาวอเมริกันพึงพอใจกับ เศรษฐกิจที่ดีขึ้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล ปธน.ทรัมป์ แต่ก็ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ประชาชนยังคงแสดงความกังวล และมีผลกับการตัดสินใจ ในการประเมิน การบริหารงานของรัฐ และให้คะแนนกับการเลือกตั้งครั้งนี้นั่นคือ เรื่อง สงครามการค้า ภาษี และกลุ่มผู้อพยพ

โดยหญิงชาวอเมริกันรายหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นว่า สงครามการค้าที่เพิ่มขึ้นต่อนานาประเทศ ในสมัยของปธน.ทรัมป์ และ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ในการดูแลสุขภาพ ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอ เลือกลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครจากพรรค เดโมแครต ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มชนชั้นกลาง

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกลุ่มพิทักษ์สิทธิสตรี”Me too”ที่ให้เหตุผลว่า จะไม่ลงคะแนนเสียงให้กับทรัมป์ เนื่องจากไม่พอใจ ในช่วงที่มีคดีล่วงละเมิดทางเพศ ของผู้พิพากษา เบร็ตต์ คาวานอห์ฟ ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด  รวมถึงถ้อยคำดูถูกเพศหญิง จากตัว ปธน.ทรัมป์เอง อีกด้วย

ส่วนวัยรุ่นบางกลุ่ม ที่ไม่ให้การสนับสนุนพรรค รีพับลิกัน ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง กฎหมายปืน ที่ควรได้รับการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ กราดยิงตามโรงเรียน หรือ ที่สาธารณะ ซ้ำรอยหลายครั้ง เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ในโรงเรียนมัธยมมาร์โจรี สโตนแมน ดักลาส ในรัฐฟลอริดา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 17 ราย

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวอเมริกันอีกกลุ่มที่แย้งว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของนายทรั้มป์ อยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ถึงแม้พวกเขาจะตกงาน แต่ก็มีโอกาส ที่จะสามารถหางานใหม่ได้ง่ายขึ้น หากเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน

โดยจากผลการสำรวจล่าสุด ของ NBC News/Wall Street Journal poll ที่รวบรวมจากชาวอเมริกัน 1 พันคน ตั้งแต่วันที่ 1-3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ร่วมลงคะแนน 50% โหวตให้คะแนนความนิยมแก่พรรค เดโมแครต ขณะที่ พรรครีพับลิกัน ได้คะแนนโหวตไปเพียง 43% ซึ่งน้อยกว่าพรรคคู่แข่ง อย่างเดโมเครตถึง 7%

อย่างไรก็ตาม ผลโพลล่าสุดนี้ ยังคงเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับพรรครีพับลิกัน เนื่องจาก ผลโพลเมื่อครั้งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พรรคเดโมแครต มีคะแนนความนิยมนำรีพับลิกันไปมากถึง 9% ด้วยกัน 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33