แชร์โพสนี้

เลขาธิการสหประชาชาติ เผยรายงานมีประชากรกว่า 700 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งทาง BBC ได้เผยถึงแนวทางที่นิวซีแลนด์ใช้รับมือกับปัญหาความยากจนในเด็ก ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ยากจนที่สุด

วันเพื่อการขจัดความยากจนสากล (International Day for the Eradication of Poverty) ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี โดยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากองค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2535 มีจุดประสงค์ เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มคนยากไร้

ความสำคัญของปีนี้ คือ การชักชวนให้ทั่วโลก ร่วมมือกัน โดยไม่แบ่งแยกเพศ หรือ ฐานะ เพื่อสร้างโลกใหม่ ที่ทุกคนสามารถเป็นที่ยอมรับ ทั้งด้านสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อขจัดความยากจนให้หมดไป ภายในปี 2030

นายแอนโตนิโอ กัวเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ถือโอกาสวันสำคัญนี้ ประกาศชี้แจงว่า ในปัจจุบัน มีประชากรโลกกว่า 700 ล้านคน ที่ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการ ขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งหลายล้านคนเหล่านี้ ต้องอาศัยอยู่ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง เผชิญกับอุปสรรค และไม่สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพ การศึกษา และโอกาสในการทำงานที่ดีได้

ขณะที่ นิวซีแลนด์ ที่มีนายกรัฐมนตรีหญิง อย่าง นางจาซินดา อาร์เดิร์น ก็ถือเป็นอีกประเทศ ที่มีนโยบายขจัดปัญหาความยากจน อย่างชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวนำเสนอว่า เธอมีคำสั่งงดขึ้นเงินเดือน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึง ตัวเอง ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2562 เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน

ปัญหาความยากจนในนิวซีแลนด์นี้ ส่งผลให้เด็กประมาณ 280,000 คน ที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้น้อย ต้องประสบกับความยากลำบาก และ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ และ ผลประโยชน์ต่างๆ ตามมาตรฐานของประเทศ หากเทียบกับกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัว ที่มีรายได้มาก

ซึ่งประเด็นนี้ ผู้นำหญิง ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการที่เธอได้ชูหัวข้อ สิทธิเด็กและสตรี ในการหาเสียง แต่ยังคงต้องรอติดตามต่อไปว่า นางอาร์เดิร์น จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ ได้ตามนโยบายของเธอ หรือไม่

นอกจากนิวซีแลนด์แล้ว อังกฤษ ก็ยังเป็นอีกประเทศที่เด็กๆ กำลังประสบปัญหาความยากจน โดยตามรายงานของทางคณะกรรมาธิการ วัดผลทางสังคม (SMC) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลอิสระ ที่อุทิศตนเพื่อสนับสนุน การพัฒนานโยบายและการดำเนินการ เพื่อลดความยากจน ระบุว่า ประชากร 14 ล้านคนของอังกฤษ เป็นคนยากจน และ ในจำนวนนี้ 16% กำลังอยู่ในภาวะ”ยากจนถาวร”

และจากการวิเคราะห์ข้อมูล ยังพบว่า กลุ่มคนยากจนเหล่านี้ มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาทางด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างกลุ่มคนจน และ คนรวย อย่างเห็นได้ชัด

ทาง SMC จึงใช้ข้อมูลนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ กระตุ้นให้รัฐบาลอังกฤษ หันมาใส่ใจ และ หาทางออกของปัญหาความยากจนในประเทศ

ส่วนที่ ฮังการี ความยากจน ยังส่งผลให้มีคนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้น และประเด็นที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงล่าสุด คือ การที่ทางการพยายามขจัดคนไร้บ้าน ที่อาศัยอยู่ตามข้างถนนให้หมดไป ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่าย มองว่า เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ และ ศูนย์พักพิงที่ทางการ จัดหาให้คนไร้บ้านนั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงการเยียวยา ด้านสภาพจิตใจของคนกลุ่มนี้ด้วย

ถึงแม้จะดูว่า ประเทศเหล่านี้ กำลังประสบปัญหาความยากจนร้ายแรง แต่ทางเว็บไซต์ Forum Economics ก็ได้จัดอันดับประเทศที่ยากจนที่สุดเอาไว้ ตามการวัดจากค่า GDP per capita หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ต่อ ประชากรไว้ด้วย

โดยประเทศที่ยากจนที่สุดอยู่ในทวีปแอฟริกา คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อันดับที่ 2 คือ โมซัมบิก และ อันดับที่ 3 คือ ยูกันดา

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ประเทศเหล่านี้ กลายเป็นประเทศที่ยากจนนั้น มีทั้งระบอบการปกครอง ปัญหาสงคราม การลงทุนจากต่างประเทศ หรือ ภูมิศาสตร์ที่ไม่มีดินแดนเชื่อมต่อกับทะเล

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33