แชร์โพสนี้

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาทั่วโลก เริ่มลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้กับผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรได้ง่ายขึ้น อย่าง การนำเนื้อหาการเรียน ไปสร้างให้อยู่ในรูปแบบเกม การเรียนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย การเรียนผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โทรศัพท์ แท็บเล็ต แลปท็อป และ คลิกเกอร์ แอปพลิเคชั่นต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำ AR และ VR เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Pathway to Financial Success ระบุว่า แนวโน้มของการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things เนื่องจากบนทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์

และทางบริษัท Gartner Inc. ยังได้มีการคาดการณ์ว่า ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า อุปกรณ์ต่างๆจะสามารถเชื่อมต่อเข้าหากัน ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านชิ้น

นอกจากนี้ บิลล์ เกตส์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ก็ได้วิเคราะห์ว่าค่าใช้จ่ายในการศึกษาจะน้อยลง และทุนการวิจัยจะมากขึ้น โดยผู้เรียน สามารถเรียนฟรีได้จากระบบการศึกษาแบบ Massive Online Open Courses ซึ่งเป็นหลักสูตรเรียนออนไลน์ที่เปิดให้ใช้งานฟรี และรองรับผู้เรียนจำนวนมาก

และสถาบันการศึกษาหลายแห่งมีการจำกัดงบประมาณในการจ้างครูผู้สอน ทำให้ครูต้องสอนนักเรียนในแต่ละห้องเรียนจำนวนมาก ซึ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาใช้ในห้องเรียน จะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้มากขึ้น

ดร.ประพนธ์ จุนทวิเทศ หัวหน้างานภาษาต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
“ตอนนี้เรามีการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 หรือว่าในยุคของไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเราเน้นเรื่องของ Active Learning ก็คือ การเรียนที่ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน และเด็กสมัยนี้ถ้าเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่เค้าให้ความสนใจ แล้วจะตอบสนองเค้าได้ตรง เพราะฉะนั้นสื่อเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้”

อภิญญา บัวคำโคตร ครูชำนาญการพิเศษวิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี
“จริงๆการนำดีไวซ์เหล่านี้มาใช้ก็เกิดประโยชน์ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมาก สำหรับนักเรียนที่เราเรียกเขาว่าเกิดในยุคมิลเลียนเนียล เด็กเค้าจะลดการพึ่งพาครูไปได้พอสมควร ดีไวซ์พวกนี้ก็จะมาเสริมแรงให้เด็กๆอยากรู้อยากเรียนมากขึ้น”

และในประเทศไทย ที่ผ่านมาทางภาครัฐได้พยายามกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม อย่างการผลิตแอปพลิเคชั่น EchoVe สื่อการเรียนรู้และฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ไว้สำหรับใช้เป็นสื่อการสอนภาษาสำหรับนักศึกษาอาชีวะ และประชาชนทั่วไป เพื่อขยายโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดสายอาชีพ ให้มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม และเสริมทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ซึ่งในแอปพลิเคชั่นจะมีเนื้อหา 9 หมวดหมู่ ประกอบไปด้วย เกษตรกรรม คหกรรม เทคโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร ประมง ศิลปกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสิ่งทอ และยังมีแบบทดสอบ ทั้งการพูดและเขียนอีกด้วย

อภิญญา บัวคำโคตร ครูชำนาญการพิเศษวิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี
“เมื่อก่อนเราเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยการอาศัยครูอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้เรามีแอปพลิเคชั่น เรามีโซเชียลมีเดียหลายๆช่องทางที่จะค้นคว้าหาข้อมูล หรือเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากติวเตอร์ดังๆได้ทั่วโลก ไม่เฉพาะที่ในประเทศไทยเท่านั้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เด็กๆสามารถพัฒนาตัวเองได้ โดยไปใช้โซเชียลมีเดีย ใช้แอปพลิเคชั่นดีๆๆ แล้วก็อาจจะต้องเน้นการฝึกฝนมากๆ ขยันฝึกฝน แล้วข้อสำคัญ ต้องหาช่องทางการใช้ภาษาอังกฤษในที่สุด คิดว่าเราไปได้ไกล ทัดเทียมกับต่างประเทศแน่นอน”

การให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อการศึกษา จึงเป็นสิ่งที่ทางหน่วายงานที่เกี่ยวข้องต้องพัฒนาต่อ เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาได้มีเรียนรู้กว้างมากขึ้น รวดเร็ว และมีความถูกต้อง สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆในการศึกษา ก็ต้องได้รับการติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานเช่นกัน เนื่องจากเทคโนโลยีอาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว อย่าง ภาวะความอดทนน้อยลง เกิดสังคมก้มหน้าเพิ่มมากขึ้น

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.25 – 04.50น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33