แชร์โพสนี้

วิกฤตเศรษฐกิจที่ยื้ดเยื้อยาวนานของเวเนซุเอลา ขณะนี้ทำให้มีประชาชนมากกว่า 2.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 7% ของประชากรทั้งหมด กำลังเดินทางออกนอกประเทศ 

ซึ่งนับเป็น”หนึ่งในการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากร ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ภูมิภาคละตินอเมริกา”นับตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นผลมาจาก ปัญหาทางการเมือง ,สภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ , และการขาดแคลนอาหาร ส่งผลให้เกิดความความตึงเครียดในระดับภูมิภาค และ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ จำเป็นต้องเตรียมรองรับ ผู้ลี้ภัยจากเวเนซุเอลา 

ประเทศที่กำลังได้รับผลกระทบ จากการรองรับจำนวนผู้ลี้ภัย และ กำลังเร่งหามาตรการ เพื่อจัดการกับผู้คนจำนวนมหาศาล ที่ทะลักเข้ามายังประเทศตนในขณะนี้ ได้แก่ เปรู เอกวาดอร์ โคลัมเบีย และ บราซิล 

เริ่มต้นที่เปรู เป็นประเทศล่าสุด ที่จำเป็นต้องจัดตั้งมาตรการใหม่ ให้กับผู้ลี้ภัย โดยการต้องใช้พาสปอร์ต เพื่อยืนยันตัวตน ก่อนเข้าประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการที่ทาง เอกวาดอร์ เริ่มต้นใช้เป็นประเทศแรก

โดยนายกรัฐมนตรี เซซาร์ วิลลานิวว่า (Cesar Villanueva) ของเปรู อธิบายว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ได้เป็นการกีดกันชาวเวเนซุเอลา แต่เนื่องจากบัตรประชาชนนั้น สามารถปลอมแปลงได้ง่าย จึงจำเป็นต้องให้ผู้ลี้ภัยใช้พาสปอร์ต ยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันอาชญากร ที่แอบแฝงลักลอบเข้าประเทศ เช่นเดียวกับ โคลอมเบียเอง ก็หันมาใช้มาตรการ นี้เช่นเดียวกัน

สวนทางกับ เอกวาดอร์ ผู้ริเริ่มการใช้มาตรการนี้ กลับต้องยกเลิกการแสดงพาสปอร์ตไป เนื่องจาก ศาลลงความเห็นว่า มาตรการนี้ ไม่ได้ส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา ที่เดินทางเข้ามายังเอกวาดอร์ ชะลอตัวลง

ทางด้านบราซิลเอง ได้จัดตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัย คุมเข้มบริเวณชายแดน หลังเกิดเหตุปะทะกัน ระหว่างชาวพื้นเมือง และผู้อพยพ แต่ขณะเดียวกัน ยังคงเปิดประเทศให้ชาวเวเนซุเอลา เดินทางเข้ามาในประเทศได้ 

จำนวนผู้อพยพกว่า 2 ล้านคน ที่ทยอยไหลเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความวิตกให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะองค์การระหว่างประเทศ เพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เผยว่า ปรากฏการณ์ที่ชาวเวเนซุเอลา พากันอพยพหนีวิกฤติภายในประเทศ กำลังทวีความรุนแรงขึ้น จนเกือบซ้ำรอยวิกฤติคลื่นผู้อพยพ ที่หลั่งไหลเข้าสู่ยุโรป เมื่อปี 2558

โดย นายโจ มิลล์แมน โฆษก IOM ได้พยายามสื่อให้เห็นว่า ชาวละตินอเมริกา กำลังต้องการความช่วยเหลือจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งทุกๆ ฝ่าย ควรหันมาร่วมมือกัน เพื่อวางแผนเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะองค์การสหประชาชาติ (UN) 

ทางนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้เตรียมตั้งทีมงานพิเศษขึ้น เพื่อประสานงาน การรับมือกับวิกฤติในภูมิภาค โดย เอกวาดอร์ จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมสุดยอด 13 ชาติขึ้น ในเดือนกันยายนนี้

นอกจากประเทศเพื่อนบ้าน และองค์การหประชาชาติ จะเร่งหาวิธีรับมือแล้ว ทางปธน.นิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ที่ออกแผนรับมือ เพื่อแก้ไขเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยการประกาศให้เริ่มใช้ ธนบัตรสกุลโบลิวาร์แบบใหม่ ซึ่งมีการตัดจำนวนเลขศูนย์ลง 5 หลัก เพื่อต้องการบรรเทาภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) หลังจากรายงานพบว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา พุ่งแตะระดับ 82,700% แล้ว

นักวิเคราะห์ ต่างชี้ว่า วิธีการนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด เพราะสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจ มาถึงจุดวิกฤตินี้ เป็นผลพวงมาจาก การบริหารงานของปธน. ที่เน้นประชานิยม รวมถึง เข้าไปแทรกแซงตลาด และ บิดเบือนราคาสินค้า

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงานของอังกฤษ เคยกล่าวแสดงความยินดี กับการเข้ามาดำรงตำแหน่งของปธน.มาดูโร เนื่องจาก เห็นด้วยกับนโยบายการบริหารประเทศ แบบสังคมของเวเนซุเอลา 

แต่ประชาชนในประเทศ กลับมองว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่สามารถช่วยให้ชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะเงินโบลิวาร์ แทบจะไม่สามารถซื้อสินค้าอะไรได้เลย จึงจำเป็นต้องหนีออกจากประเทศ เพราะไม่อาจทนสภาพเป็นอยู่ ที่อดมื้อกินมื้อเช่นนี้ ได้อีกต่อไป 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา จะยังคงรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะพุ่งแตะ 1 ล้าน% ภายในสิ้นปีนี้

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33