แชร์โพสนี้

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยกลุ่มพันธมิตร ร่วมทำข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการป้องกันครั้งใหม่ หลังจากที่เขามีบทบาทเปลี่ยนแปลงกลางที่ประชุมนาโต้ครั้งนี้

เสร็จสิ้นไปแล้ว สำหรับการประชุมสุดยอด ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ที่จัดขึ้น ที่สำนักงานใหญ่ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม เมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม โดยมีประเทศสมาชิก 29 ประเทศ เข้าร่วม

ในวันแรกของการประชุม ผู้นำจากประเทศสมาชิก ได้ทักทาย และถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนจะเริ่มต้นการประชุมที่ดุเดือดขึ้น 

โดย ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แสดงความจำนงค์ชัดเจน ให้ประเทศสมาชิก อีก 28 ประเทศ เพิ่มการจ่ายเงินงบประมาณ เพื่อสบทบค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม เพิ่มขึ้นอย่างน้อยอีก 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีนี้ ทันที แทนที่จะเป็นปี 2567 ตามข้อสรุปในวาระการประชุมครั้งก่อน (เมื่อปี 2557) ซึ่ง เขาได้วิจารณ์ เยอรมนี และ ชาติยุโรปอื่นๆ ว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ จากการจ่ายเงินสมทบ น้อยกว่า สหรัฐฯ มาโดยตลอด และ เรียกร้องหาความเท่าเทียมจากชาติสมาชิก

หลังจากการสรุปผล ในประเด็นกองทุนด้านกลาโหม มีเพียง 8 ประเทศสมาชิกเท่านั้น ที่บรรลุข้อตกลง ยอมเพิ่มเงินสมทบ ขณะที่ ทางปธน.ทรัมป์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า สมาชิกนาโต้ที่เหลือ ได้ยอมรับและพิจารณาข้อเสนอ การเพิ่มงบประมาณดังกล่าวเช่นกัน และอาจจะเร่งดำเนินการในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ทางผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวเสริมว่า อันที่จริงแล้วประเทศสมาชิก ควรเพิ่มงบประมาณในจุดนี้ ไม่ต่ำกว่า 4% ในอนาคต อีกด้วย

ส่วนประเด็นถัดมา ที่ดูเหมือนจะเป็นไฮไลท์ของการประชุมปีนี้ ก็คือ การหารือกันระหว่างผู้นำ สหรัฐฯ และ เยอรมนี หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ กล่าวโจมตีเยอรมนี ประเทศซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด ในสหภาพยุโรปว่า”กำลังถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์”จากรัสเซีย ประเทศที่องค์การนาโต้ กำลังต่อต้านอยู่ 

ซึ่งก็เห็นได้จากการที่ เยอรมนี พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย เป็นจำนวนมาก และ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาสหรัฐฯ ในแต่ละปี พร้อมย้ำถึงความเหมาะสม ในความร่วมมือดังกล่าว ระหว่างเยอรมนี และรัสเซีย ในที่ประชุม

ขณะที่ ฝั่งนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ได้ตอบกลับคำพูดดังกล่าวทันที โดยเผยว่า ความร่วมมือด้านพลังงานดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า เยอรมนี ตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัสเซีย แต่เยอรมนี เป็นประเทศที่มีอิสระในการตัดสินใจ และ กำหนดนโยบายต่างๆ อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศ เจริญเติบโตและมั่นคงถึงทุกวันนี้

และ ถึงแม้ว่าจะเกิดสงคราม ทางคำพูดเล็กน้อย ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้สื่อข่าว ทั้ง ปธน.ทรัมป์ และ นางอังเกลา แมร์เคิล ก็ยังสามารถเผชิญหน้า และ ร่วมพูดคุยกันได้ รวมถึง ยังกล่าวว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี และ พร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน

นอกจากประเด็นเรื่องการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และความสัมพันธ์ ระหว่างเยอรมนี กับ รัสเซีย ผู้นำชาติสมาชิก ยังได้หารือเกี่ยวกับแผนการแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในอัฟกานิสถาน โดยมีนายอัชราฟ กานี ปธน.ของอัฟกานิสถาน เข้าร่วมการประชุมด้วย  

ซึ่งทางนาย เยนส์ สโตนเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ เผยว่า ชาติสมาชิกจะให้เงินสนับสนุน แก่กองกำลังอัฟกานิสถาน ไปจนถึงปี 2567 

ส่วนทางด้าน เทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้ยืนยันว่า จะส่งกองกำลังทหารของประเทศตน ไปยังอัฟกานิสถาน เพิ่มอีก 440 นาย แต่ทั้งหมดนี้ จะไม่ได้มีส่วนร่วมในสนามรบด้วย 

เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ ที่เคยยืนยันไว้เมื่อปีที่แล้วว่า จะส่งทหารอีก 3,300 นาย เข้าสนันสนุนกองทัพอัฟกานิสถาน

นอกจากนี้ ชาติผู้นำสมาชิก ยังหารือเพิ่มเติมเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่าง จอร์เจีย และ ยูเครน ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต้ ด้วย แต่ยังไม่มีผลอนุมัติใดๆ 

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และ นางเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้มีกำหนดการเยือนอังกฤษ เป็นเวลา 4 วัน 

โดยทั้งคู่ ได้เดินทางถึงอังกฤษแล้ว ด้วยเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซ-วัน เมื่อค่ำวานนี้ และ ได้เดินทางเยือนวัง เบลเนม พร้อมพบปะ กับเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และ นายฟิลิป เมย์ ผู้เป็นสามี 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก