รัฐบาลปักกิ่งให้ความสำคัญในประเด็นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงตรุษจีน โดยเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน อย่างเข้มงวดมากขึ้นในปีนี้ ขณะที่มาตรการด้านความเฉลิมฉลอง อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ถูกนำมาปรับใช้ด้วย โดยให้ทั่วประเทศลดการจุดพลุ และดอกไม้ไฟ หวั่นเพิ่มมลพิษทางอากาศ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเฉลิมฉลองช่วงตรุษจีน ในสัปดาห์นี้ จะมีนักเดินทางจำนวนมาก มารวมตัวกัน ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อย่างเนืองแน่น โดยการคาดการณ์ ของเว็บไซต์นิตยสาร Forbes ปีนี้ ยังคงยกให้ กรุงปักกิ่ง ของจีน เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง ที่นักเดินทางปักหมุดไปเยือน

เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลช่วงใบไม้ผลิของจีน อีกทั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนยังได้ขยายโครงสร้างการคมนาคม บริการสาธาราณะ ให้พร้อมรองรับผู้คนมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะ เครือข่ายรถไฟความเร็วสูง ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ทำให้ตรุษจีน ปีนี้ คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ เดินทางเข้ามาในประเทศจีน กว่า 385 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ถึง 12 เปอร์เซ็นต์

ส่งผลให้ เรื่องมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย กลายเป็นประเด็นระดับชาติ ที่รัฐบาลปักกิ่งให้ความสำคัญมากขึ้นในทุกๆ ปี ด้วยเช่นกัน โดยปีนี้รัฐบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมกว่า 9 แสนคน ออกลาดตระเวนในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศ อย่างเข้มงวด

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานคนร้ายก่อเหตุไล่แทงผู้คนในห้างสรรพสินค้า ที่กรุงปักกิ่ง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 13 คน (ตามรายงานสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุ มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย)

ส่วนด้านประเด็นเรื่อง การเฉลิมฉลองอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กับเรื่องความปลอดภัย เนื่องจาก ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนประสบปัญหาค่ามลพิษทางอากาศ สูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้มาก

ปีนี้ ทางรัฐบาลจึงยังคงเน้นใช้มาตรการ ลดฝุ่นควันอย่างเข้มงวด โดยออกคำสั่งห้ามไม่ให้ครอบครัว หรือ ผู้จัดงานรื่นเริ่งต่างๆ ใน 444 เมืองทั่วประเทศ จุดพลุ หรือ ดอกไม้ไฟ ตลอดสัปดาห์การเฉลิมฉลอง เนื่องจาก บรรยากาศการฉลองด้วยการจุดพลุ ปีที่แล้ว ส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศในจีน พุ่งจาก 75 ไมโครกรัม ไปแตะที่ 647 ไมโครกรัม ต่อ ลูกบาศก์เมตร ภายในระยะรวดเร็ว ซึ่งเกิณกว่าเกณฑ์มาตรฐานในจีน ที่ไม่ควรมีฝุ่นละออง ที่อนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ในปริมาณเกิน 500 ไมโครกรัม ต่อ มวลอากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร

ทำให้ ทั้งกรุงปักกิ่ง, เทศบาลนครเทียนจิน, เมืองเหอเฟย ของมณฑลอานฮุย รวมไปถึง เมืองฉางชา ของมณฑลหูหนาน ตื่นตัวหันมาคุมเข้มเรื่องการใช้พลุ และดอกไม้ไฟ อย่างจริงจังมากขึ้น นอกจากนี้ผลจากการสำรวจความคิดประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ยังชี้ให้เห็นว่า มีชาวเมืองจำนวนมาก พร้อมสนับสนุนนโยบายดังกล่าว แม้จะขัดกับวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองไปบ้าง ก็ตาม

และแน่นอนว่า ไม่เพียงแต่ในจีนเท่านั้น ที่ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยว คนเชื้อสายจีน จากทั่วทุกมุมโลก ก็ถือเอาเทศกาลนี้ เป็นโอกาสดีในการท่องเที่ยวต่างเช่นกัน

โดย International SOS คาดการณ์ว่า จะมีนักเดินทางทั่วโลก วางแผนท่องเที่ยวพร้อมกันกว่า 3 พันล้านทริป ส่งผลให้ต้องมีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน มากเป็นพิเศษ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เตือนว่า การรวมตัวกันของคนหมู่มาก เป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อได้โดยง่าย โดยเฉพาะ ช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูการระบาด ของไข้หวัดใหญ่ในหลายประเทศ นักเดินทางจึงควรเตรียมร่างกาย และ วางแผนล่วงหน้า กรณีที่อาจต้องเข้ารับการรักษา ตามศูนย์การแพทย์ในประเทศต่างๆ โดยควรเตรียมเอกสารจำเป็นที่อาจต้องใช้ ตลอดจน หลักฐานด้านการประกันสุขภาพไว้ เผื่อด้วย

รวมทั้ง ยังควรศึกษาหาข้อมูลว่า สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใด มีการเตือนภัยด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ และไม่ควรวางใจเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะความเสี่ยงจากอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ การขอความช่วยเหลือตามช่องทางต่างๆ ที่มีให้บริการในพื้นที่นั้นๆ

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

Comments

comments