แชร์โพสนี้

เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสและมือปืน ที่อาคารบนถนนช็อง-เอลีเซ ในกรุงปารีส จนเสียชีวิตทั้งคู่ ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกในวันที่ 23 เมษายน ใกล้เข้ามาทุกขณะ 



เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสให้ข้อมูลว่า เหตุปะทะกันเกิดขึ้นหลังจากมีรถยนต์คันหนึ่งขับมาจอดขวางหน้ารถตู้ตำรวจที่จอดอยู่บนถนนดังกล่าว ผู้โจมตีลงมาจากรถยนต์แล้วเปิดฉากยิงใส่รถตำรวจ ทั้ง 2 ฝ่ายยิงโต้ตอบกันจนมีตำรวจ 1 นาย เสียชีวิตพร้อมกับผู้โจมตี แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผู้โจมตีเป็นชายหรือหญิง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การจราจรหยุดชะงัก ต้องปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 3 แห่งด้วย



ด้านเจ้าหน้าที่อัยการฝรั่งเศสระบุว่า เบื้องต้นจะสืบสวนสอบสวนคดีนี้ในฐานะคดีอาชญากรรมทั่วไปก่อน เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ แม้จะเกิดขึ้นในช่วงใกล้กับวันเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกก็ตาม 



ฝรั่งเศสจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในวันที่ 23 เมษายน เป็นการแข่งขันกันระหว่างตัวแทนพรรคต่างๆ รวมทั้งผู้สมัครอิสระ จากนั้นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 2 อันดับแรก จะเข้าไปชิงกันรอบ 2 ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 7 พฤษภาคม




ผู้ชิงชัยในปีนี้มี 11 คน มีนายฟรองซัวส์ ฟียง จากพรรค Les Republicains แนวนโยบายขวากลาง, นางมารีน เลอ เพน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ หรือ FN แนวนโยบายขวาจัด และนายเอ็มมานูเอล มากรง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ผู้สมัครอิสระ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในขณะนี้ และมีคะเเนนนำเป็น 3 อันดับเเรก ในโพลล์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากมีข้อกล่าวหาอื้อฉาวหลายอย่าง จนทำให้มีคะแนนสูสีกันในขณะนี้ 



แต่นักวิจารณ์การเมืองส่วนใหญ่ยกให้การแข่งขันในปีนี้เป็นศึกระหว่างพรรคขวาจัดของนางเลอ เพน และนายมากรง เพียงแค่ 2 คนมากกว่า เนื่องจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายมากรงมีคะเเนนนิยมตีตื้นนางเลอ เพน และมีคะแนนขึ้นนำในบางโพลล์ด้วย 



โดยม้ามืดอย่างนายมากรงได้โอกาสนี้จากกระเเสความนิยมของนายฟียงที่ลดลง หลังต้องเผชิญข่าวอื้อฉาวเรื่องการมอบตำแหน่งงานและเงินเดือนให้กับภรรยา ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งงานในรัฐบาล การเลือกตั้งในปีนี้จึงเป็นศึกระหว่างแนวคิดขวาจัดและแนวคิดสายกลางไปโดยปริยาย



สำหรับนโยบายขวาจัดที่นางเลอ เพน นำเสนอนั้น เธออธิบายว่าเป็นการเน้นให้ความสำคัญกับคนในชาติเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้ชาวฝรั่งเศสถูกเบียดเบียนจากต่างชาติ โดยเฉพาะการเสนอให้ฝรั่งเศสออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากเห็นว่าการเป็นสมาชิกทำให้เศรษฐกิจของประเทศถูกควบคุมโดยสมาชิกชาติอื่นๆ จนไม่มีอิสระในการขับเคลื่อนตัวเอง และสนับสนุนการผลักดันผู้อพยพออกจากประเทศเพราะถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวฝรั่งเศสลดลง ซึ่งหากนางเลอ เพน ได้รับเลือก เธออาจทำให้ฝรั่งเศสถูกจับตามองไม่แพ้สหรัฐอเมริกา เนื่องจากชูนโยบายขวาจัด”ฝรั่งเศสต้องมาก่อน”คล้ายกัน 



ขณะที่นายมากรงมีนโยบายสายกลาง เป็นมิตรกับภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะชาติพันธมิตรกับฝรั่งเศส รวมถึงสหภาพยุโรปด้วย เนื่องจากมองว่าจะช่วยอุ้มชูกันได้ และไม่ทำให้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสถูกโดดเดี่ยวในอนาคต โดยเป็นนโยบายที่คนรุ่นใหม่ในประเทศเห็นด้วย และดูเหมือนว่ากำลังทำให้เขามีคะแนนเหนือคู่แข่งอย่างนางเลอ เพน เล็กน้อย



อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเกินกว่าครึ่งยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนใด ทำให้การคาดเดาผลการเลือกตั้งเป็นไปได้ทุกทิศทาง และสร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดานักลงทุนว่าจะเกิดการพลิกล็อกขึ้นอย่างการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะสร้างความปั่นป่วนให้แก่ตลาดในยุโรปไม่น้อย ในฐานะที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มยูโรโซน 

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก

  • วันออกอากาศ  จ-ศ เวลา 04.00 – 04.25น.
  • วันออกอากาศ  ส-อา เวลา 05.10-05.35น.
  • ช่อง 3HD ช่อง 33