จูเลีย มอร์ลีย์ กับมรดกลิขสิทธิ์ “มิสเวิลด์” เวทีนางงามที่ไม่ได้มีแค่ชุดบิกินี่

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
2,232 ครั้ง

แชร์โพสนี้

หากจะเอ่ยถึงผู้ที่มีอิทธิพลต่อวงการนางงามระดับโลก “จูเลีย มอร์ลีย์ (Julia Morley)” ชื่อนี้ต้องอยู่ในลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน

 

“จูเลีย มอร์ลีย์” ผู้ได้รับมรดกสิขสิทธิ์การประกวดนางงามระดับโลก ประธานและเจ้าของ มิสเวิลด์ ออร์กาไนเซชั่น (Miss World Organisation)ให้สัมภาษณ์กับ Telegraph สื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษตอนนึงว่า ทำไมการประกวดนางงามที่จัดมายาวนานถึง 60 ปีเวทีนี้จึงมีมากกว่าแค่สาวกล้ามท้องสวยในชุดบิกินี่

มิสเวิลด์เติบโตขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่จูเลียเขามาดูแลธุรกิจในปี 2543 หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิต งานการกุศลถือเป็นหัวใจของมิสเวิลด์ ออร์กาไนเซชั่น ภายใต้การนำของเธอเสมอมา

 

ในปี 2494 การประกวดมิสเวิลด์ครั้งแรกถูกจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานเฟสติวัล ออฟ บริเทน (Festival of Britain) งานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความภูมิใจในชาติและเรียกความสนใจจากนานาชาติ หลังจากผ่านสงครามที่ยาวนานถึงหนึ่งทศวรรษ เอริค มอร์ลีย์ สามีของจูเลีย ก็เข้ามาดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้กับเมคก้า (Mecca) บริษัทที่เป็นเจ้าของธุรกิจมากมายตั้งแต่โรงภาพยนตร์ไปจนถึงลานไอซ์สเก็ต สาวงามที่สุดในโลก 26 คน มาร่วมตัวกันอยู่ในทีเดียวกัน จูเลียบอกว่านั่นคือจุดกำเนิดของมิสเวิลด์ ในช่วงที่การประกวดได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้ชมมากถึง 27.5 ล้านคน เฉพาะในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีจำนวนผู้ชมเท่ากับการถ่ายทอดพิธีอภิเษกสมรสของพระบรมวงศานุวงค์

 

จูเลียกล่าวว่า มิสเวิลด์ ออร์กาไนเซชั่นส่งผลดีต่อธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ เพราะมีประชากรโลก 14% ที่ชมการถ่ายทอดการประกวดเวทีนี้ในแต่ละปี ตัวเลขผู้ชมก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ อาทิ เมืองซันซิตี้ ในแอฟริกาใต้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 4 ปีที่มีการจัดมิสเวิลด์ที่นั่น คือตั้งแต่ปี 2535 – 2538 และในปี 2543 ที่มิสเวิล์ดไปจัดการประกวดที่มัลดีฟส์ ยอดการจองห้องพักในช่วงโลว์ซีซั่นเพิ่มขึ้นถึง 60% หรือเพิ่มเป็น 90% ของจำนวนที่พักที่มี นี่ถือเป็นผลโดยตรงจากการประกวดจากรายงานของกระทรวงการวางแผนและพัฒนาแห่งชาติ

 

 

ในปี 2543 จูเลียได้เปลี่ยนแปลงวิธีตัดสินการประกวดเพื่อยืนยันว่ามิสเวิล์ดไม่ใช่เวทีประกวดสาวในชุดบิกินี่ นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำบุคลิกภาพและไหวพริบปฎิภาณมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินที่มีความสำคัญเท่ากันกับคะแนนความงาม ดังนั้ นอะไรก็เกิดขึ้นได้บนเวทีนี้

 

“แน่นอนว่าต้องเป็นความงามอย่างมีคุณค่า” จูเลียกล่าว

 

“ฉันเป็นเพียงแม่และแม่บ้านในโลกธุรกิจที่ไม่คุ้นเคย” ตอนที่เอริคสามีบอกให้เธอเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลธุรกิจให้มากขึ้น เธอไม่คิดว่าการประกวดควรจะจัดขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงใส่ชุดว่ายน้ำขึ้นเวทีเพื่อเดินและหมุนตัวโชว์เท่านั้น เธอพูดคุยกับประเทศที่มีส่วนในการจัดการประกวดเพื่อทำงานร่วมกันและทำให้การประกวดส่งผลดีกับการกุศลในท้องถิ่นหลังจากการประกวดจบลง หลังจากนั้นไอเดียที่เธอวางไว้ก็เป็นผล มันสามารถเรี่ยไรเงินเพื่อการกุศลได้มาก ด้วยการสนับสนุนขององค์กร

ผู้เข้าประกวดและผู้ชนะมิสเวิลด์ได้ริเริ่มมีส่วนในการทำโครงการการกุศลที่ดีเอาไว้ มิสเวิลด์ไม่ใช่เพียงเวทีประชาสัมพันธ์อีกต่อไป มันกลายเป็นเวที “ที่มากกว่าแค่การประกวดความงาม” นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่ามุมมองนี้ได้เปลี่ยนการประกวดให้กลายเป็นธุรกิจที่เอื้อเฟื้อต่อสังคม มีความตั้งใจดี และเป็นแหล่งเรียนรู้ของโลก

 

มิสเวิลด์ถือเป็นเครือข่ายระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกเครือข่ายหนึ่ง จูเลียกล่าวว่าฉันมั่นใจว่าฉันมีเพื่อนอยู่ในทุกประเทศในทั้ง 4 ทวีปทั่วโลก

 

จนกว่าวันที่ฉันตาย ฉันจะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อสานต่องานที่น่าทึ่งชิ้นนี้ ความงามทั้งภายนอกและภายในมีเวทีที่จะแสดงออกและมีจุดมุ่งหมายเพื่อการทำดี”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Telegraph